‘นายกฯ’ พอใจ นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ หวัง ทำให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

‘นายกฯ’ พอใจ นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ หวัง ทำให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
มติชน
30 มิถุนายน 2564 ( 10:14 )
19
‘นายกฯ’ พอใจ นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ หวัง ทำให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจผลการดำเนินงานตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ รวมถึงเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

 

 

 

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า โดยผลงานการดำเนินงานได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ปี 2559 มีเกษตรกรเข้าร่วม จำนวน 591 แปลง 80,656 ราย 1,249,613 ไร่, ปี 2560 จำนวน 1,722 แปลง 124,085 ราย 1,638,592 ไร่, ปี 2561 จำนวน 1,640 แปลง 91,741 ราย 1,220,906 ไร่, ปี 2562 จำนวน 1,579 แปลง 78,927 ราย พื้นที่ 1,055,194. ไร่, ปี 2563 จำนวน 1,366 แปลง 64,346 ราย พื้นที่ 756,132 ไร่

 

 

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เงินสนับสนุนในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุทางการเกษตรแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5,250 แปลง ครอบคลุมเกษตรกร 262,500 ราย พื้นที่ 5,003,250 ไร่ โดยขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 3,501 แปลง

 

 

“นายกรัฐมนตรี จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งรัด ติดตาม กำกับการดำเนินงานโครงการฯ ให้ทันตามกรอบเวลา เพื่อให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

 

 

น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า นโยบายเกษตรแปลงใหญ่เป็นการปฏิรูปภาคการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเปลี่ยนจากการเกษตรแบบเดิมที่ต่างคนต่างทำ เป็นการรวมกลุ่มกันคิด เพื่อผลิตตามความต้องการของตลาด มีการสร้างเครือข่ายบริหารจัดการร่วมกัน โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุน ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่นั้น ยังช่วยให้ลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ได้เป็นอย่างดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง