รีเซต

คณิตศาสตร์สงครามยุคใหม่ เมื่อขีปนาวุธราคาแพง 4 ล้านดอลลาร์ ต้องแลกกับโดรนราคาเพียง 20,000 ดอลลาร์

คณิตศาสตร์สงครามยุคใหม่ เมื่อขีปนาวุธราคาแพง 4 ล้านดอลลาร์ ต้องแลกกับโดรนราคาเพียง 20,000 ดอลลาร์
TNN ช่อง16
5 มีนาคม 2569 ( 18:44 )
1

ปัจจุบันภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงของโลกในช่วงปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อรูปแบบสงครามกำลังเปลี่ยนจากอาวุธเทคโนโลยีราคาแพง ไปสู่การใช้อาวุธราคาถูกจำนวนมหาศาลที่สามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ แนวคิดนี้เรียกว่าการโจมตีแม่นยำสูง (Mass Precision Strike) หรือการโจมตีแม่นยำและใช้จำนวนเข้าสู้ ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบดั้งเดิม 

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเรียกว่า วิกฤตทางคณิตศาสตร์ของสงครามสมัยใหม่ กล่าวคือ ฝ่ายป้องกันจำเป็นต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นราคาแพงมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ เพื่อทำลายโดรนโจมตีราคาถูกที่มีมูลค่าเพียงหลักหมื่นดอลลาร์ ทำให้การป้องกันในระยะยาวอาจกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่มหาศาล

ความไม่สมมาตรทางเศรษฐกิจ เมื่อโดรนราคาถูกบีบระบบป้องกันราคาแพง

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ โดรนโจมตีแบบวันเวย์ของอิหร่าน เช่น โดรน Shahed-136 ซึ่งมีต้นทุนการผลิตประมาณ 20,000 ดอลลาร์ หรือราว 720,000 บาท ต่อหนึ่งลำ ในขณะที่ขีปนาวุธสกัดกั้นจากระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ของสหรัฐฯ มีราคาประมาณ 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 144 ล้านบาท ต่อหนึ่งลูก

ความแตกต่างนี้สร้างสัดส่วนต้นทุนที่ไม่สมดุลอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น หากฝ่ายโจมตีส่งโดรน 200 ลำเข้าโจมตี เป้าหมาย ฝ่ายป้องกันอาจต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการยิงสกัด ในขณะที่ต้นทุนของฝ่ายโจมตีต่ำกว่ามาก

แนวคิดนี้ถูกเรียกว่ายุทธศาสตร์การดึงทรัพยากร (Asymmetric Attrition) กล่าวคือ โดรนราคาถูกไม่จำเป็นต้องทำลายเป้าหมายทุกครั้ง เพียงแค่บังคับให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ทรัพยากรที่มีราคาแพงและผลิตยากในการสกัดกั้น ก็ถือว่าได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐอเมริกายังเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิตขีปนาวุธ ตัวอย่างเช่น ขีปนาวุธ PAC-3 ซึ่งใช้กับระบบ Patriot มีกำลังการผลิตประมาณ 50-60 ลูกต่อเดือน ในขณะที่สถานการณ์การสู้รบขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ขีปนาวุธหลายพันลูกในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน

วิวัฒนาการของโดรนโจมตี จาก Shahed-136 สู่ LUCAS

โดรนโจมตีแบบวันเวย์ หรือ One-way Attack Drone กลายเป็นอาวุธสำคัญของสงครามศตวรรษที่ 21 โดรน HESA Shahed‑136 ของอิหร่านเป็นตัวอย่างที่สำคัญ โดรนชนิดนี้มีรูปทรงปีกเดลตา ใช้เครื่องยนต์ลูกสูบที่มีเสียงคล้ายเครื่องตัดหญ้า ทำให้ทหารมักเรียกว่าเครื่องตัดหญ้าบินได้

โดรนรุ่นนี้มีพิสัยทำการประมาณ 2,500 กิโลเมตร และสามารถบรรทุกหัวรบหนัก 30-50 กิโลกรัม ขณะที่รุ่นที่ผลิตในรัสเซียภายใต้ชื่อ Geran‑2 สามารถเพิ่มน้ำหนักหัวรบได้ถึงประมาณ 90 กิโลกรัม

รัสเซียยังปรับปรุงระบบนำทางจาก GPS มาใช้ระบบดาวเทียม GLONASS ของตนเอง และมีรายงานการใช้เทคโนโลยีการนำทางด้วยภาพหรือ Computer Vision รวมถึงปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศ

และเพื่อตอบโต้แนวโน้มการใช้โดรนราคาถูก สหรัฐอเมริกาได้พัฒนาโดรนโจมตีราคาประหยัดรุ่นใหม่ชื่อ LUCAS ซึ่งย่อมาจาก Low-cost Uncrewed Combat Attack System

โดรน LUCAS มีต้นทุนประมาณ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.26 ล้านบาท ถูกพัฒนาโดยบริษัท SpektreWorks ร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ โดยอาศัยการศึกษาชิ้นส่วนจากโดรน Shahed ของอิหร่านที่ยึดได้

จุดเด่นของโดรน LUCAS คือ การใช้ระบบการจดจำวัตถุด้วย AI (Object Recognition) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความเสียหายต่อพลเรือน อีกทั้งยังออกแบบแบบโมดูลาร์ ทำให้สามารถเปลี่ยนภารกิจได้ เช่น การรบกวนสัญญาณเรดาร์ การเป็นสถานีรีเลย์สื่อสาร หรือการโจมตีเป้าหมายโดยตรง

การปฏิวัติอาวุธพลังงาน เลเซอร์และไมโครเวฟ

นอกจากการพัฒนาโดรนราคาถูกเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนที่ไม่สมดุลกันนี้ กองทัพทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนาอาวุธยิงพลังงานโดยตรง (Directed Energy Weapons) ซึ่งใช้งานเลเซอร์หรือไมโครเวฟพลังงานสูงในการทำลายเป้าหมาย

ข้อดีสำคัญ คือ ต้นทุนต่อการยิงต่ำมาก บางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อครั้ง เมื่อเทียบกับขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาหลายล้านดอลลาร์

ตัวอย่างเช่น ระบบเลเซอร์ป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล Iron Beam ซึ่งมีต้นทุนการยิงเพียงไม่กี่ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันกองทัพอิสราเอลได้เริ่มนำ Iron Beam เข้ามาใช้งานป้องกันประเทศเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระบบเลเซอร์ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ระยะทำการประมาณ 10 กิโลเมตร และประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อเผชิญหมอก ฝน หรือฝุ่นในอากาศ นอกจากนี้ ตัวระบบเลเซอร์เองยังมีต้นทุนการติดตั้งสูงถึงหลายสิบล้านดอลลาร์

ในด้านกองทัพเรือ สหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มทดลองติดตั้งระบบสกัดโดรนรุ่นใหม่บนเรือพิฆาต เช่น USS Bainbridge ซึ่งติดตั้งระบบสกัดกั้นโดรน Coyote และ Roadrunner-M

ระบบเหล่านี้มีความสามารถในการลอยตัวรอเป้าหมาย หรือ Loitering เพื่อสกัดโดรนข้าศึก และบางรุ่นสามารถบินกลับมาลงจอดเพื่อนำมาใช้งานใหม่ได้ ช่วยเพิ่มจำนวนอาวุธพร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่เก็บขีปนาวุธ

สมรภูมิจริง 2025-2026 เมื่อโดรนราคาถูกเปลี่ยนเกมสงคราม

หากย้อนดูในช่วงปี 2025-2026 หลายเหตุการณ์ในสนามรบได้แสดงให้เห็นผลกระทบของสงครามรูปแบบใหม่นี้ ตัวอย่างหนึ่งคือ Operation Epic Fury ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นการใช้งานโดรน LUCAS ในการโจมตีจริงเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ามหาอำนาจเองก็เริ่มใช้ยุทธศาสตร์โดรนราคาประหยัดแบบเดียวกับที่เคยถูกใช้โจมตี

ขณะเดียวกัน ในตะวันออกกลางอิหร่านได้ใช้ฝูงโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลังงานในหลายประเทศ แม้ว่าระบบป้องกันจะสามารถสกัดได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่โดรนเพียงไม่กี่ลำที่หลุดรอดก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้

ในบางกรณี โดรนราคาเพียง 30,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.08 ล้านบาท สามารถทำลายสถานีเรดาร์มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 10,800 ล้านบาท ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลด้านต้นทุนราคาที่จ่ายอย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน ประเทศที่กำลังมีสงครามและถูกบีบให้พัฒนาโดรนจำนวนมาก เช่น ประเทศยูเครนก็ได้พัฒนานวัตกรรมรูปแบบใหม่ชื่อ Sky Fortress ซึ่งเป็นเครือข่ายไมโครโฟนราคาถูกจำนวนมาก เพื่อตรวจจับเสียงของโดรนและคำนวณเส้นทางบินแบบเรียลไทม์ ก่อนส่งโดรนนักล่าขึ้นไปบินชนและทำลายโดรนบินที่บุกเข้าน่านฟ้ายูเครน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีราคาประหยัดเพื่อแก้ปัญหาสงครามสมัยใหม่

อนาคตของสงคราม เมื่อจำนวนสำคัญเท่าคุณภาพ

แนวโน้มของสงครามในอนาคตชี้ให้เห็นว่า ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์ กำลังการผลิตในเชิงเศรษฐศาสตร์สงคราม (War economy) ผลิตจำนวนมากและใช้งานได้ต่อเนื่อง

แอนนา มิสเคลลีย์ (Anna Miskelley) นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากบริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารเชิงลึก ด้านอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ และป้องกันประเทศ (Forecast International) มองว่า การป้องกันภัยทางอากาศในอนาคตจำเป็นต้องใช้ระบบแบบไฮบริดผสมกันหลายรูปแบบ ซึ่งรวมทั้งขีปนาวุธระยะไกลสำหรับเป้าหมายสำคัญ ระบบเลเซอร์สำหรับเป้าหมายราคาถูกระยะใกล้ และโดรนสกัดกั้นเพื่อรับมือกับการโจมตีแบบฝูง

ในโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคสงครามอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ AI และระบบโดรนฝูงอัจฉริยะอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญของสมดุลอำนาจทางทหาร และทำให้สมการต้นทุนของสงครามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง