รีเซต

แผ่นดินไหว 6.0 เขย่า“ฟิลิปปินส์” เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก

แผ่นดินไหว 6.0 เขย่า“ฟิลิปปินส์” เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก
TNN ช่อง16
4 พฤษภาคม 2569 ( 17:48 )
13

สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 บนเกาะซามาร์ ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ในวันนี้ ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองชายฝั่ง ซาน จูเลียน ในจังหวัดซามาร์ตะวันออก ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร ที่ความลึกที่ 56 กิโลเมตร 

ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า แรงสั่นสะเทือนรุนแรงและกินเวลานานประมาณ 30 วินาที ทำให้พนักงานในอาคารรัฐบาลหลายแห่งต้องอพยพออกไปอยู่ภายนอกเพื่อความปลอดภัย แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตใน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า พบเพียงรอยร้าวตื้น ๆ บนอาคารบางแห่งแต่ไม่มีความเสียหายรุนแรง และไม่มีการเตือนภัยสึนามิ แต่หน่วยงานทางการท้องถิ่นเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรืออาฟเตอร์ช็อก ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ในระยะนี้ นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ ยังตั้งอยู่ในวงแหวนไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่ภูเขาไฟยังคงคุกรุ่นอยู่และเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ (PHIVOLCS) รายงานว่า เถ้าถ่านหนาทึบจากการปะทุของภูเขาไฟมายอนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปกคลุมหมู่บ้านกว่า 87 แห่งใน 3 เมืองในจังหวัดอัลเบย์ บนเกาะลูซอน โดยเฉพาะในเทศบาลคามาลิก เถ้าถ่านหนามากจนทัศนวิสัยบนถนนกลายเป็นศูนย์ ชาวบ้านมากกว่า 300 ครอบครัวต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย พืชผลทางการเกษตรเสียหาย สัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ของชาวบ้านล้มตายจากการสัมผัสกับเถ้าถ่านเป็นเวลานาน

ทางการท้องถิ่นยังคงสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่ในรัศมี 6 กิโลเมตรรอบภูเขาไฟอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ลาวาไหล และกระแสลาวาหลากเพิ่มเติม แม้ในวันนี้สถานการณ์เริ่มสงบลงชั่วคราวและชาวบ้านบางส่วนเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน แต่ผู้อำนวยการสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์เตือนว่าอันตรายยังคงมีอยู่ตลอดเวลา

ปัจจุบัน ภูเขาไฟมายอนยังคงอยู่ที่ ระดับการแจ้งเตือน 3 ซึ่งหมายถึงมีความไม่สงบในระดับสูงและอาจเกิดการระเบิดที่เป็นอันตรายได้ในอีกไม่กี่วันหรือหลายสัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์เผยว่า การปะทุของภูเขาไฟมายอนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการระเบิดแบบรุนแรง แต่เกิดจากการสะสมของลาวาจำนวนมากบนทางลาดชันทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่พังทลายลงมาอย่างกะทันหัน จนกลายเป็นกระแสลาวาหลาก ซึ่งเป็นส่วนผสมของเศษหินร้อน เถ้าถ่าน และก๊าซที่ไหลลงสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง