หุ้นไทยร่วงแรง 20 จุด วิตกผู้ติดเชื้อโควิดนิวไฮทะลุหมื่นคน ล็อกดาวน์เข้ม 13 จังหวัดกระทบเศรษฐกิจทรุดหนัก

หุ้นไทยร่วงแรง 20 จุด วิตกผู้ติดเชื้อโควิดนิวไฮทะลุหมื่นคน ล็อกดาวน์เข้ม 13 จังหวัดกระทบเศรษฐกิจทรุดหนัก
TNN Wealth
19 กรกฎาคม 2564 ( 11:33 )
36
หุ้นไทยร่วงแรง 20 จุด วิตกผู้ติดเชื้อโควิดนิวไฮทะลุหมื่นคน ล็อกดาวน์เข้ม 13 จังหวัดกระทบเศรษฐกิจทรุดหนัก

ข่าววันนี้ หุ้นไทยร่วงแรง 20 จุด วิตกผู้ติดเชื้อโควิดนิวไฮทะลุหมื่นคน ล็อกดาวน์เข้ม 13 จังหวัดกระทบเศรษฐกิจทรุดหนัก ขณะที่โบรกเกอร์ลดเป้าหมายหุ้นไทยสิ้นปีนี้ลง เหลือ 1,600 จุด  ลดพอร์ตเหลือ 50% ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ ปรับตัวลงแรง 20 จุด ดัชนีลงมาใกล้ระดับแนวรับ 1,550 จุด ท่ามกลางแรงขายทั่วกระดานหุ้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่  หลังจากที่รัฐบาลได้ยกระดับการล็อกดาวน์ 13 จังหวัด หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหมื่นรายต่อวัน  และวันนี้ยังทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 11,784 ราย โดยเมื่อเวลา 10.07 น. ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,554.67 จุด ลดลง 19.70 จุด หรือ 1.25% มูลค่าการซื้อขาย 2,872 ล้านบาท 


นอกจากนี้ ตลาดฯก็คงจะได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันฟิวเจอร์สปรับลง1.3% เช้านี้ หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันรวม 2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยให้ทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนส.ค.ไปจนถึงเดือนธ.ค.64 ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ติดลบเฉลี่ย 0.5-0.6% 


นายกรภัทร วรเชษฐ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี2564 ลงสู่ 1.5% จาก 2.1% ผลกระทบต่อกำไรตลาดปีนี้ (Market EPS) ปรับลดลงจาก 77บาทต่อหุ้น เหลือ 76บาท แต่คงปี2565 ที่ 90บาท และลดดัชนีเป้าหมายปีนี้  เหลือ 1,600จุด จากเดิม 1,650จุด เพื่อสะท้อนความเสียงระยะสั้นของตลาดที่เพิ่มขึ้น   แต่ยังคงกรอบการเคลื่อนไหวในครึ่งปีหลังที่ 1,450-1,650จุด


โดยให้ระมัดระวังตลาดปรับฐาน กลยุทธ์แนะ Selective เน้นกลุ่ม Earnings ดี กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า(ชิ้นส่วน-อาหาร KCE HANA TU PM ASIAN) กลุ่มสื่อสารฯ(ADVANC) กลุ่มโรงพยาบาล(BDMS, BCH, CHG, EKH) กลุ่มโรงไฟฟ้า(GPSC) และหุ้นที่มีปันผลระหว่างกาล(TVO) ขณะที่คงน้ำหนักการลงทุนที่ 50%


ด้านบล. เคทีบีเอสที (KTBST SEC)  วิเคราะห์ว่า โควิด-19 กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทั่วโลกอีกครั้ง หลังตัวเลขการระบาดกลับมารอบใหม่ มีการกลายพันธุ์ ซึ่งจะกลบผลบวกจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไประยะหนึ่ง  

ด้านของไทย จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงเกิน 1 หมื่นคน/วัน บีบให้รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการlockdown ที่น่าจะค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่มีหลักประกันว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงเร็วขนาดไหน แต่เศรษฐกิจและกำไรตลาดจะถูกกระทบ เบื้องต้นประเมินกระทบกำไรตลาดปีนี้ราว 3-6% เพราะรอบนี้เป็นคลัสเตอร์ของโรงงาน และก่อสร้างเป็นหลัก ผลต่อตลาดหุ้นทั้งไทยและทั่วโลก คือ นักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง จนกว่าความเชื่อมั่นจะกลับมาอีกครั้ง ว่าจะคุมตัวเลขได้ 


ตัวแปรอื่นๆ จะเป็นการเข้าเก็งงบ โดยนักลงทุนได้ทยอยเข้ามาเก็งงบ 2Q กันแล้ว สัปดาห์นี้ หุ้นสถานบันการเงินจะส่งงบเกือบครบ (KTBST ประเมินกำไรหุ้นธนาคาร 8 ตัว ว่าจะติดลบ 15% QoQ) เราประเมินกำไรตลาดไตรมาสนี้ ในเบื้องต้นไว้ที่ 200,000 ล้านบาท


ประเมินว่าตลาดถ้าจะปรับตัวลง ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ แนวรับสำคัญ ให้ไว้ที่ 1,530 จุดในสัปดาห์นี้ (ไม่หลุดถือว่าดี) โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุน จะมีผลตรงต่อทิศทางตลาดหุ้น เรายังแนะนำให้ “เน้นตั้งรับมากกว่ารุก” เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว หรือหุ้นที่ไม่ได้ถูกกระทบตรงจากโควิด-19 เช่น หุ้นที่อิงรายได้ต่างประเทศ หุ้นทางการแพทย์  


หลีกเลี่ยงกลุ่มถูกกระทบทางตรงจาก Covid-19 อาทิ โรงแรม-การบิน-ห้างฯ-บริษัทประกันฯ เพราะ ผลกระทบเชิงกำไรจะสูงกว่ากลุ่มอื่น และฟื้นตัวช้ากว่า (ขึ้นกับเวลาที่ lockdown) พอร์ตหุ้นวันนี้เรานำหุ้น  ASIAN, SUN, SIS ออก และเพิ่มหุ้น SFLEX, IMH, KCE  เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SFLEX*(10%), IMH*(15%), KCE(10%), TU(10%), SAT(15%), PSL(20%), GUNKUL(15%)

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง