ภูเก็ตออกประกาศคุมเข้มป่าตองห้ามเข้า-ออกพื้นที่ ตั้งจุดคัด-วัดไข้ทุกคน

ภูเก็ตออกประกาศคุมเข้มป่าตองห้ามเข้า-ออกพื้นที่ ตั้งจุดคัด-วัดไข้ทุกคน
มติชน
5 เมษายน 2563 ( 09:03 )
115
ภูเก็ตออกประกาศคุมเข้มป่าตองห้ามเข้า-ออกพื้นที่ ตั้งจุดคัด-วัดไข้ทุกคน

ภูเก็ตออกประกาศคุมเข้มป่าตองห้ามเข้า-ออกพื้นที่ ตั้งจุดคัดกรองเพิ่ม เเละส่งจนท.วัดไข้ทุกคน หากพนง.โรงเเรมต้องการออกต่างจังหวัดเเจ้งก่อน 7 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตออกประกาศคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1823 / 2563 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงและกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เนื้อหาระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ตพบว่า ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ที่ทำงานหรือสัมผัสกับผู้ทำงานในสถานประกอบการในซอยบางลา เขตเทศบาลเมืองป่าตองทั้งสิ้น อาศัยตามความในมาตรา 22 มาตรา 34 (7) และมาตรา 35 (1) (2) (3) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7 (1) ประกอบข้อ 1 ข้อ 10 และข้อ 13 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 14 / 2563 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563

ออกคำสั่งไว้ว่า เนื่องจากพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันมิให้โรคนั้นแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้อื่น จึงห้ามประชาชนเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่ ยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาล รถฉุกเฉินทางการแพทย์ รถที่ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการ รถขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์ ทั้งนี้ผู้ได้รับอนุญาตยกเว้นหรือผ่อนผันต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ได้กำหนดจุดตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย จุดตรวจคัดกรองสี่กอ บริเวณถนนพระบารมี ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้, จุดตรวจคัดกรองไซม่อนคาบาเร่ บริเวณถนนสิริราชย์ ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ท้องที่ และจุดคัดกรองหน้าโรงเรียนบ้านกะหลิม บริเวณถนนกมลา-ป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ โดยให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่นายอำเภอในพื้นที่นั้นมอบหมาย ในพื้นที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำจุดคัดกรองและให้เทศบาลเมืองป่าตองร่วมปฏิบัติการข้างต้น, ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพิจารณาตรวจคัดกรองบุคคลที่ผ่านจุดคัดกรอง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคตามราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563

ส่วนของมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับอำเภอกะทู้ และเทศบาลเมืองป่าตองจัดบุคลากรเข้าไปตรวจวัดไข้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลป่าตองทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการซึ่งเข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด, ให้เทศบาลเมืองป่าตองทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย ร้านค้าในเขตพื้นที่ตำบลป่าตอง โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน และตามที่จังหวัดได้มีคำสั่งปิดโรงแรมแล้วตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1797/2563 ลงวันที่ 2 เมษายน 2563 หากมีโรงแรมใดในพื้นที่ตำบลป่าตองจำเป็นจะต้องให้พนักงานเข้าไปปฏิบัติงานด้านการบัญชี การซ่อมบำรุงหรืออื่นๆ ให้โรงแรมจัดหาที่พักภายในโรงแรมให้พนักงานจนกว่าจะปฏิบัติหน้าที่แล้วเสร็จ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายพนักงาน ซึ่งอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรค แต่หากมีพนักงานคนใดมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตจังหวัดและประสงค์จะกลับภูมิลำเนาให้โรงแรมแจ้งรายชื่อพนักงานให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำด่านตรวจจังหวัดภูเก็ต (ท่าฉัตรไชย) พิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 เมษายน 2563

พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่มิให้ออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตนเพื่อป้องกันตนเองจากการรับเชื้อและอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังบุคคลอื่น และเนื่องจากการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ตำบลป่าตองได้อย่างเด็ดขาดหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจจะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวังโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1 มีผลตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ วันที่ 4 เมษายน 2563

ข่าวที่เกี่ยวข้อง