รีเซต

ลุยปราบนอมินีอันดามัน พบ 66 บริษัท พัวพันถือครองที่ดินอำพราง

ลุยปราบนอมินีอันดามัน พบ 66 บริษัท พัวพันถือครองที่ดินอำพราง
TNN ช่อง16
21 มิถุนายน 2569 ( 10:19 )

รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาการใช้ "นอมินี" ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวอย่างเข้มข้น โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ พบบริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวรวม 66 ราย เชื่อมโยงการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบปรามนอมินี เพื่อตรวจสอบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

การปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนกรมที่ดิน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน" โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ทั้งทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสืบสวน

ภูเก็ตพบโรงแรม-ธุรกิจบริการ ใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ

ผลการตรวจสอบในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินอีก 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท

หนึ่งในจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคือโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2562 ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยยอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นแทนชาวอิสราเอล อีกทั้งยังพบว่าบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารและร้านกัญชา ใช้สถานที่เดียวกันในการดำเนินกิจการ สะท้อนความเชื่อมโยงของเครือข่ายธุรกิจที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

กระบี่พบโครงการพูลวิลล่ามูลค่า 200 ล้านบาท สงสัยใช้นอมินี

ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่พบบริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17 แปลง เนื้อที่กว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นผิดสังเกต ถือครองที่ดินอีก 8 แปลง เนื้อที่กว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท

กรณีสำคัญที่พบคือบริษัททรอปิคอลเฮาส์ ซึ่งดำเนินธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาโครงการพูลวิลล่าในทำเลสำคัญของจังหวัดกระบี่ แม้จะมีทุนจดทะเบียนเพียง 4 ล้านบาท และมีคนไทยถือหุ้น 100% แต่จากการตรวจสอบพบว่าการบริหารและควบคุมกิจการอยู่ภายใต้กลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ขณะที่คนไทยผู้ถือหุ้นเชื่อว่าไม่ได้เป็นผู้ลงทุนที่แท้จริง จึงเข้าข่ายการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

อีกกรณีหนึ่งคือ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจจัดหาสมาชิกให้รีสอร์ตที่ให้บริการกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวในลักษณะเฉพาะ แม้จะมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด แต่กรรมการบริษัทไม่สามารถชี้แจงข้อมูลการลงทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ ประกอบกับมีข้อพิรุธหลายประการ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการใช้นอมินีหรือไม่

เดินหน้าขยายผลทั่วประเทศ ส่งข้อมูล 623 บริษัทให้ตำรวจดำเนินคดี

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า การใช้นอมินีเป็นพฤติกรรมที่บิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และกระทบต่อผู้ประกอบการไทย กรมฯ จึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายทั่วประเทศ

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมส่งข้อมูลบริษัทอีก 623 ราย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ซึ่งพบความเชื่อมโยงของผู้ทำบัญชีที่อาจสนับสนุนการกระทำผิดในลักษณะนอมินี ให้ชุดเฉพาะกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายพูนพงษ์ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างและพร้อมส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อสร้างระบบการแข่งขันทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง