SANKOลุ้นซดออเดอร์ ตั้งเครื่องจักรผลิตรถEV

SANKOลุ้นซดออเดอร์ ตั้งเครื่องจักรผลิตรถEV
ทันหุ้น
5 สิงหาคม 2564 ( 07:51 )
9
SANKOลุ้นซดออเดอร์ ตั้งเครื่องจักรผลิตรถEV

 

ทันหุ้น – SANKO เดินหน้าเจรจารับออเดอร์ใหม่ ผู้บริหาร “รัฐวัฒน์ ศุขสายชล” ลุยติดตั้งเครื่องจักร ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV ลั่นค่ายยักษ์รถยนต์ปิดโรงงานชั่วคราวไม่กระทบ ระบุออเดอร์หลักคือค่ายยุโรป มั่นใจยอดปีนี้เข้าเป้า 600 ล้านบาท ตุนของรอส่งเพียบ 300 ล้านบาท

 

นายรัฐวัฒน์ ศุขสายชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SANKO ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมฉีดขึ้นรูปและชิ้นส่วนสังกะสีฉีดขึ้นรูปตามคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทจะเดินหน้าผลิตสินค้าชิ้นส่วนอะลูมิเนียมให้กับลูกค้ากลุ่มยานยนต์อย่างต่อเนื่อง แม้โรงงานผลิตรถยนต์ โตโยต้าและฮอนด้า ประกาศปิดโรงงานที่มาเลเซียชั่วคราว หลังโควิด-19 ระบาดหนัก ทั้งนี้คำสั่งซื้อ (ออเดอร์) หลักของ SANKO คือรถยนต์ยุโรป ทำให้บริษัทไม่กระทบจากการปิดโรงงานจาก 2 ค่ายรถยนต์

 

เจรจาออเดอร์

 

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์รอผลิตและเตรียมส่งมอบครึ่งปีหลัง 2564 ที่ 300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะเร่งผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าตามกำหนด อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อรับออเดอร์ใหม่ ซึ่งจะเป็นงานผลิตสินค้าในปี 2565 คาดจะชัดเจน และเห็นทิศทางออเดอร์ภายในไตรมาส 4/2564 เบื้องต้นบริษัทจะรักษาฐานออเดอร์แต่ละปีให้อยู่ที่ประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

 

บริษัทจะพิจารณารับงานใหม่ไม่มาก เนื่องจากกำลังผลิตปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 70-80%  ซึ่งใกล้เต็ม Capacity แล้ว และบริษัทเตรียมติดตั้งเครื่องจักรใหม่ 3 เครื่อง เพื่อผลิตแม่พิมพ์สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มเติมอีก 5-6 โมเดล บางส่วนคือโมเดลของชิ้นส่วนยานยนต์รถไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทมีแผนจะติดตั้งเครื่องจักรภายในเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายนนี้ หากไม่มีปัจจัยเข้ามากดดัน คาดจะสามารถติดตั้งได้ตามเวลาที่กำหนด

 

แผนงานครึ่งปีหลัง

 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง 2564 นอกจากการผลิตและส่งมอบสินค้าแล้ว บริษัทจะพยายามคุมต้นทุนการผลิตให้ลดลง โดยการผลิตให้มีของเสียให้น้อยที่สุด ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทอ่อน บริษัทจะได้รับผลดีบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากสัดส่วนส่งออกมีอยู่เพียง 7-8% เท่านั้น

ส่วนภาพรวมรายได้ทั้งปี 2564 บริษัทมั่นใจจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 600 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก 2564 สามารถทำได้ตามแผน สำหรับสัดส่วนลูกค้าหลักปีนี้ คาดจะมาจากกลุ่มยานยนต์ประมาณ 80-90% และกลุ่มอื่นๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10%

 

บริษัทจะเดินหน้าผลักดันผลประกอบการปีนี้ให้เป็นบวก โดย 3 เดือนแรกสามารถทำกำไรได้แล้ว 2.62 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 35.42 ล้านบาท อนึ่ง 3 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้วที่ 156.98 ล้านบาท และนอกจากการดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองแล้ว บริษัทยังมองหาโอกาสเพื่อร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างฐานการเติบโตธุรกิจให้มั่นคงและแข็งแกร่งในอนาคตอีกด้วย

 

ดีมานด์รถ EV สูง

 

นายรัฐวัฒน์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทประเมินความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ EV จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัจจุบันสัดส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ยังผลิต และใช้งานอยู่เกือบ 100 ล้านคันต่อปี ขณะที่รถยนต์ EV มีอยู่ประมาณ 1-2 ล้านคัน หากเทียบสัดส่วนแล้ว รถยนต์ EV ยังมีสัดส่วนน้อยมาก ดังนั้นบริษัทจึงยังไม่เร่งรีบที่จะเปลี่ยนแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV แต่จะค่อยๆ เพิ่มเครื่องจักร ตามทิศทางการใช้งานของรถยนต์ EV ในแต่ละปี

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง