รีเซต

ไทยเป็นเจ้าภาพ ASEAN ประชุมเทคโนโลยี "แบตเตอรี่" เพื่อดันนวัตกรรมและมาตรฐานระดับภูมิภาค

ไทยเป็นเจ้าภาพ ASEAN ประชุมเทคโนโลยี "แบตเตอรี่" เพื่อดันนวัตกรรมและมาตรฐานระดับภูมิภาค
TNN ช่อง16
30 สิงหาคม 2568 ( 19:07 )
10

สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Association, TESTA) ร่วมกับองค์กรด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าอีก 5 องค์กรในอาเซียน ร่วมจัดงานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 3 หรือ ABTC 2025 (The 3rd Asean Battery Technology Conference, ABTC 2025) ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 340 คน จาก 20 ประเทศทั่วโลก จากทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป โอเชียเนีย  และ เอเชีย เพื่อเร่งสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมระดับภูมิภาค
ขับเคลื่อนเป้าหมายพลังงานสะอาดด้วยนวัตกรรมแบตเตอรี่ ณ โรงแรมทราย ลากูน่า จังหวัดภูเก็ต


ภาพรวมจากการประชุมแบตเตอรี่แห่งอาเซียน

เป้าหมายการประชุมฯ 

การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของอาเซียน (ABTC) เป็นเวทีระดับภูมิภาคสำหรับการส่งเสริมนวัตกรรม ความปลอดภัย และความร่วมมือในด้านแบตเตอรี่ จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2023 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นจากพันธมิตรในภูมิภาค ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากงาน ABEVTC เป็น ABTC เพื่อสร้างความชัดเจนในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และบทบาทที่สำคัญสำหรับอนาคตด้านพลังงานของอาเซียน รวมถึงการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่อาเซียน (ASEAN Battery Safety Network: ABSN) ขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ งานประชุม ABTC เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Association, TESTA) รวมไปถึง Singapore Battery Consortium (SBC) ประเทศสิงคโปร์ NanoMalaysia ประเทศมาเลเซีย Electric Vehicle Association of Philippines (eVAP) ประเทศฟิลิปปินส์ National Battery Research Institute (NBRI) และ National Center for Sustainable Transport Technology (NCSTT) ประเทศอินโดนีเซีย 

โดยนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหรรม ที่มากล่าวสุนทรพจน์เปิดงานการประชุมในครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต มองว่า ประเทศไทยและเอเชียตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ และมีศักยภาพในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ทั้งจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ แต่ยังเล็งเห็นศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งจะเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานในการผลิตแบตเตอรี่ได้ 

ตัวอย่างประเด็นสำคัญจากการประชุมฯ

ทั้งนี้ ตลอดการประชุมระหว่างวันที่ 27 - 29 สิงหาคม ณ ทราย ลากูน่า จังหวัดภูเก็ต มีทั้งการประชุมวิชาการ เช่น การปาฐกถาโดย ศาสตราจารย์ สแตนลีย์ วิตติงแฮม ผู้ได้รางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี 2019 ในเรื่อง การพัฒนาวัสดุสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และความท้าทายและอนาคตของการผลิตในภูมิภาค การบันทึกลงนามความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนการนำเสนอ สาธิต และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก โดยมีตัวอย่างประเด็นสำคัญในภายในงาน ดังนี้

  1. การปลดล็อกศักยภาพแบตเตอรี่ของอาเซียน 
  2. อนาคตของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 
  3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไอในการผลิตแบตเตอรี่ 
  4. ความก้าวหน้าทางนวัตกรรมและการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออน
  5. รายงานการศึกษาการขับเคลื่อนทิศทางของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในอาเซียน
  6. การพัฒนามาตรฐานและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในภูมิภาคอาเซียน

ผลการประชุมประเด็นอุตสาหกรรมแบตเตอรี่อาเซียน

รายงานการศึกษาภูมิทัศน์และระบบนิเวศแบตเตอรี่ในอาเซียน 

รายงานการศึกษาเรื่อง การขับเคลื่อนทิศทางของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่น ๆ (Navigating the Battery-Related Landscape in Southeast Asia and Beyond) เป็นการจัดทำรายงานเชิงวิชาการเพื่อเสนอทิศทางและกลยุทธ์ใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. ห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศแบตเตอรี่ 
  2. สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของตลาดแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) 
  3. มาตรฐาน นโยบาย และการพัฒนากฎระเบียบสำหรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและ BESS 
  4. การจัดการแบตเตอรี่หลังสิ้นอายุขัย 
  5. โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน

โดยรายงานดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันของ TESTA, SBC, NanoMalaysia, NBRI, NCSTT และ Commonwealth Scientific and Industrial Research and Organization (CSRIO) ประเทศออสเตรเลีย โดยรวบรวมและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงานที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย 

การพัฒนามาตรฐานและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ผ่านความร่วมมือระหว่าง ABSN และ ULSE 

เครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่อาเซียน หรือ ABSN (ASEAN Battery Safety Network) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2025 โดยร่วมมือกับ UL Standards & Engagement (ULSE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในภูมิภาคอาเซียน 

ในขณะที่ ULSE เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งส่งเสริมความปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระดับสากล จะนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกองค์กร มาสนับสนุน ABSN ในการพัฒนากรอบความปลอดภัยและมาตรฐานการใช้งานแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับภูมิภาคต่อไป

ประเด็นอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่อาเซียน

  • การวางกรอบมาตรฐานแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระหว่าง Amphenol Communications Solutions และ ภาคีเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่มาตรฐานแบบสับเปลี่ยนได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ประเทศไทย (Swap2Gether)
  • ความร่วมมือด้านการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (BESS) ระดับกริดในอาเซียน ระหว่าง Singamas Container Holdings Limited และ Zhejiang Narada Power Source 
  • ความร่วมมือในการจัดตั้งแพลตฟอร์มการกักเก็บพลังงานอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน Sineuro ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ผสานนวัตกรรมจากเอเชียและความเชี่ยวชาญจากยุโรปเพื่อร่วมกันจาก NextGEN Energy, Sineng Electric, Green Tenaga และ Half Bridge Automation
  • ข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตต (solid-state) ออกสู่เชิงพาณิชย์ ระหว่าง Hytzer Energy และ INV Corporation 
  • ความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบนิเวศแบตเตอรี่ของอาเซียน ระหว่าง NBRI และ NanoMalaysia ในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม การทดสอบและการกำหนดมาตรฐาน รวมถึงการศึกษาและการฝึกอบรมภาคอุตสาหกรรม
  • การพัฒนามาตรฐานและการทดสอบสารเคมีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ (Li-metal) ระหว่างบริษัท Montavista กับ A*STAR Battery Test Facility (A*BTF) และ UL Standards & Engagement (ULSE)

บทสรุปการประชุมแบตเตอรี่แห่งอาเซียน

การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 3 เป็นความพยายามครั้งสำคัญของไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งในอาเซียน รวมถึงในไทย เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT), ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) และ จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั่วทั้งภูมิภาค

ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคม TESTA  กล่าวตอนหนึ่งว่า “อาเซียนกำลังเผชิญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของความต้องการพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น งานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 3 (ABTC 2025) จึงไม่ใช่แค่งานสัมมนา แต่เป็นงานประชุมวิชาการที่รวมรวบนักคิด ผู้นำในอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย ที่มาประชุมร่วมกันเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ งานสัมมนาในครั้งนี้จะมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้งานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ทั้งในเชิงพาณิชย์และในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน" 

ในขณะเดียวกัน การประชุมฯ ยังเป็นการแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญและการดำเนินนโยบายร่วมกัน เพื่อวางรากฐานบูรณาการการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค เพื่อให้สามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมในเวทีระดับโลกได้ต่อไป  ซึ่ง TNN Tech ได้ร่วมรับฟังและเข้าร่วมการประชุมตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่ 27 - 29 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะนำเสนอรายละเอียดและประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมเป็นลำดับต่อไป ส่วนการประชุม ABTC ครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นที่จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในปี 2026 นี้ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง