เจ้าชายวิลเลียม-เคท ห่วง "สุขภาพจิต" ผู้คนยามนี้ แนะการติดต่อพูดคุย และ "คิดบวก" เป็นสิ่งต้องทำ

เจ้าชายวิลเลียม-เคท ห่วง "สุขภาพจิต" ผู้คนยามนี้ แนะการติดต่อพูดคุย และ "คิดบวก" เป็นสิ่งต้องทำ
มติชน
17 เมษายน 2563 ( 15:28 )
195
4
เจ้าชายวิลเลียม-เคท ห่วง "สุขภาพจิต" ผู้คนยามนี้ แนะการติดต่อพูดคุย และ "คิดบวก" เป็นสิ่งต้องทำ

เมื่อวันที่ 17 เมษายน เว็บยาฮู รายงานว่า เจ้าชายวิลเลียม และ ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายา ทรงร่วมสนทนาในรายการ BBC Breakfast เช้าวันศุกร์ที่ 17 เมษายนผ่านวิดีโอ คอล ทรงเน้นถึงการดูแลสุขภาพจิตยามนี้ว่า การติดต่อพูดคุยกับคนใกล้ชิด เพื่อน และครอบครัว รวมทั้งการคิดบวก เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำเพื่อดูแลจิตใจในช่วงเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

เจ้าชายวิลเลียม พระชายา ทรงตรัสถึงโครงการดูแลสุขภาพจิต Every Mind Matters ที่มีวัตถุประสงค์ช่วยผู้คนรู้จักวิธีดูแลจิตใจของตัวเอง และช่วยเหลือผู้อื่นแบบง่ายๆ

 

“ตอนนี้เรายิ่งเชื่อมั่นมากกว่าครั้งไหนๆว่านี่คือเครื่องมือที่จำเป็น และเป็นบริการที่จำเป็นที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆจากที่บ้านที่จะรู้วิธีพื้นฐานในการดูแลจิตใจของพวกเขา และข้าพเจ้ายังเชื่อด้วยว่า การติดต่อ พูดคุย และการคิดบวก การพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราจัดการกับความรู้สึกแปลกๆและช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้” เจ้าชายวิลเลียมตรัส

 

ทั้งนี้เจ้าชายวิลเลียม ยังแสดงความเป็นห่วงบุคลากรทางการแพทย์ของอังกฤษ หรือบุคลากรสำนักงานดูแลสุขภาพแห่งชาติที่เป็นด่านหน้าในการรับมือกับวิฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องดูแลผู้ป่วย และเห็นผู้ป่วยเสียชีวิตว่า ยิ่งต้องดูแลจิตใจตัวเองให้ดี ต้องรู้จักจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก

 

ขณะที่ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ตรัสชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ และว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้ผู้คนได้เข้าใจ และเห็นถึงสภาพการทำงานของบคลากรทางการแพทย์อย่างชัดเจน และให้คุณค่าของงานอาชีพนี้

 

“ฉันคิดว่า สิ่งที่เราอยากพูดตอนนี้ก็คือ สำนักบริการสุขภาพแห่งชาติ และบุคลากรด่านหน้ากำลังปฎิบัติงานที่สำคัญอย่างยิ่ง และฉันคิดว่านี่กำลังเปลี่ยนสิ่งที่เรามองการทำงานบุคลากรด่านหน้าและการให้คุณค่าของพวกเขา ฉันคิดว่านี่จะเป็นหนึ่งแรงผลักดันอันสำคัญที่พวกคุณได้จากสิ่งนี้ พวกเขาทำงานที่ยิ่งใหญ่ สำคัญมาก ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนในประเทศต่างเห็นว่า พวกเขาต้องทำงานกันหนักขนาดไหน และได้เห็นการทำงานที่ชัดเจนของพวกเขาว่าเป็นอย่างไร"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง