รีเซต

Focus หุ้น mai : TACC ฮอตหน้าร้อน โบรก ชูปันผล 10%

Focus หุ้น mai : TACC ฮอตหน้าร้อน โบรก ชูปันผล 10%
ทันหุ้น
7 เมษายน 2569 ( 01:15 )
3

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ระบุถึง บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ว่า ผู้บริหารประเมินว่าสงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อบริษัทเพียงเล็กน้อย โดยแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้น กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้า และ 2. เม็ดพลาสติกและอะลูมิเนียมฟอยล์ที่ขาดแคลน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาจยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก เนื่องจากบริษัทมีการสต๊อกสินค้าและทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบบางรายการล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน ส่วนวัตถุดิบสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ บริษัทได้เตรียมหา Supplier รายใหม่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ แม้ผู้บริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ไว้ที่ราว 10% แต่ได้มีการปรับกรอบเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่มากกว่า 30% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้มากกว่า 32%

คาดว่ากำไรในงวด 1Q/2569 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก Organic Growth ได้แก่ 1. แผนขยายสาขาของร้าน 7-Eleven ปีละ 700 แห่ง หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 175 แห่ง และร้านกาแฟพันธุ์ไทยปีละ 800 แห่ง หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 200 แห่ง 2. การออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ในช่วงไตรมาสนี้ อาทิ มัทฉะ และน้ำผึ้งมะนาว ซึ่งคาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดี และ 3. การเติบโต QoQ จากฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการรายได้ปี 2569 ของ TACC ไว้ที่ราว 2,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของบริษัท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศในปีนี้ที่ร้อนกว่าปีก่อน ซึ่งปีก่อนมีฝนตกตลอดทั้งปีจากอิทธิพลของลานีญา รวมทั้งการเติบโตจากการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ควบคู่กับการออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ๆ

อย่างไรก็ดี อาจได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากการปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรสมาชิก Max Card รูปแบบใหม่ของร้านกาแฟพันธุ์ไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยให้ส่วนลดราคาเครื่องดื่มเพียง 15 บาทต่อแก้ว จำกัด 50 แก้วต่อเดือน จากเดิมที่ให้ส่วนลด 50% จำกัด 10 แก้วต่อเดือน หรือหากพิจารณาจากราคาเครื่องดื่มเฉลี่ยที่ 60-70 บาทต่อแก้ว ส่วนต่างของส่วนลดจะอยู่ที่ราว 15-20 บาทต่อแก้ว ดังนั้น สิทธิประโยชน์ของบัตรแบบใหม่อาจกระทบต่อฐานลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มราคาสูงและไม่ได้สั่งเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม บัตรสมาชิกแบบเก่ายังคงใช้สิทธิประโยชน์เดิมได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

ทั้งนี้ GBS ได้ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 31.5% จากเดิมคาดไว้ที่ 32.0% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากแนวโน้มต้นทุนการผลิตบางรายการที่ทยอยปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลดลง 8% มาอยู่ที่ 343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY

พร้อมกันนี้ ยังได้ปรับราคาเหมาะสมของ TACC สำหรับปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 6.20 บาท โดยยังคงใช้ Prospective PER ที่ระดับเดิม 11 เท่า หรือระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อย่างไรก็ตาม จากการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 0.56 บาทต่อหุ้น จากเดิม 0.61 บาทต่อหุ้น จึงคำนวณเป็นราคาเหมาะสมใหม่ที่ 6.20 บาท จากเดิม 6.70 บาท

อย่างไรก็ดี หุ้น TACC ยังมีอัพไซด์ราว 16% และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 9-10% ต่อปี จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง