พรรคไทรวมพลังมาจากไหน ใครหนุน เปิดที่มา-เครือข่าย-โอกาสยืนระยะการเมืองไทย

พรรคไทรวมพลัง กำลังถูกจับตาในฐานะ “พรรคม้ามืดชายแดน” ของการเมืองไทย หลังการเลือกตั้งปี 2569 ที่สามารถคว้าเก้าอี้ สส. แบบแบ่งเขตได้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี และเริ่มขยายฐานลงสู่ภาคใต้ แม้จะเป็นพรรคขนาดเล็ก–กลาง แต่กลับมีบทบาทในสมการจัดตั้งรัฐบาลและการต่อรองทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
จากพรรคท้องถิ่น สู่การรีแบรนด์ระดับชาติ
พรรคไทรวมพลังมีจุดเริ่มต้นจากการจดทะเบียนในชื่อ “พรรคเพื่อไทรวมพลัง” เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 โดยมี วสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “กังฟู” เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ที่ทำการพรรคเดิมตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนรากฐานจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นและเครือข่ายนักการเมืองระดับจังหวัด
การแจ้งเกิดระดับชาติครั้งแรกเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อพรรคสามารถสร้างเซอร์ไพรส์คว้าเก้าอี้ สส. เขตในจังหวัดอุบลราชธานีได้ 2 ที่นั่ง และเข้าร่วมขั้วจัดตั้งรัฐบาลในรอบแรก พร้อมประกาศสนับสนุนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่ดีลดังกล่าวจะสะดุดจากกระบวนการในวุฒิสภา
ต่อมาในเดือนเมษายน 2567 พรรคมีมติเปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคไทรวมพลัง” ปรับโลโก้และอัตลักษณ์ใหม่ พร้อมประกาศจุดยืนเป็นพรรค “เสรีนิยมก้าวหน้าสายกลาง” เน้นการกระจายอำนาจและการพัฒนาท้องถิ่น วางตัวเป็นตัวเชื่อมระหว่างการเมืองรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
ใครอยู่เบื้องหลัง และเครือข่ายการเมือง
วสวรรธน์ พวงพรศรี มีพื้นเพจากครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น เคยทำธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตร และมีประสบการณ์เป็นเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ทำให้สายสัมพันธ์ของพรรคเชื่อมโยงทั้งเครือข่ายท้องถิ่นและกลุ่มธุรกิจภาคเกษตร
แกนหลักของพรรคจำนวนมากเป็นนักการเมืองท้องถิ่นและบ้านการเมืองจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี เช่น พิมพกาญจน์ พลสมัคร และสมศักดิ์ บุญประชม ที่เคยโค่นผู้สมัครจากพรรคใหญ่ในพื้นที่ได้ ส่งผลให้พรรคถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ “บ้านการเมืองใหม่” ที่ท้าทายโครงสร้างบ้านใหญ่เดิม
พรรคพยายามย้ำจุดยืนว่าไม่ใช่สาขาของพรรคการเมืองใด พร้อมเปิดรับการทำงานร่วมกับทุกขั้ว หากสอดคล้องกับนโยบายกระจายอำนาจและการแก้ปัญหาท้องถิ่น
โครงสร้างฐานเสียงและผลงานเลือกตั้งล่าสุด
ในการเลือกตั้งปี 2569 พรรคไทรวมพลังสามารถคว้าเก้าอี้ สส. อย่างไม่เป็นทางการได้ 6 ที่นั่ง โดย 4 เขตอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี และมีที่นั่งจากจังหวัดอื่น เช่น สุราษฎร์ธานี จากการขยายฐานจากภาคอีสานลงสู่ภาคใต้
พรรคส่งผู้สมัครรวม 26 คน ชูภาพจำ “พรรคของคนชายแดน ทหารแนวหน้า และเกษตรกร” พร้อมนโยบายดูแลพื้นที่ชายแดนและกลุ่มอาชีพชายขอบเป็นจุดขายหลัก
บทบาท “จิตรวรรณ” กับสายสัมพันธ์ตระกูลการเมืองระดับชาติ
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้พรรคไทรวมพลังถูกจับตา คือการมี จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ซึ่งเป็นสะใภ้ของตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” เข้ามาทำหน้าที่ ที่ปรึกษาพรรค แม้พรรคจะย้ำจุดยืนว่าไม่ใช่สาขาของพรรคการเมืองใหญ่ แต่บทบาทดังกล่าวชี้ให้เห็นการเชื่อมต่อกับเครือข่ายการเมืองระดับชาติที่มีอิทธิพลสูง
ตระกูลหวังศุภกิจโกศลเป็นหนึ่งในตระกูลการเมืองที่มีฐานอำนาจยาวนาน โดยเฉพาะในภาคอีสาน และมีบทบาทในรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย การที่จิตรวรรณเข้ามาเป็นที่ปรึกษาพรรค จึงถูกมองว่าเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดกับโครงข่ายการเมืองระดับประเทศ
โอกาสยืนระยะ และความเสี่ยง
จุดแข็งของพรรคอยู่ที่ฐานเสียงท้องถิ่นที่จับต้องได้จริง หากสามารถรักษาเก้าอี้ในอุบลราชธานีและต่อยอดพื้นที่ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง พรรคจะมีอำนาจต่อรองในรัฐบาลผสมทุกชุดภายใต้ระบบหลายพรรค
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือฐานเสียงที่ยังกระจุกตัว หากแกนนำท้องถิ่นแตกหักหรือพรรคใหญ่ทุ่มทรัพยากรเข้ามาแย่งพื้นที่อย่างจริงจัง อาจทำให้จำนวนที่นั่งหดตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งภาพลักษณ์การเป็นพรรคที่พร้อมทำงานกับทุกขั้ว หากสื่อสารผิดจังหวะ อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความชัดเจนทางการเมือง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
