โคราช เอาไม่อยู่! คันดินกั้นน้ำแตกแล้ว เตือน 8 อำเภอท้ายอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ให้อพยพ

โคราช เอาไม่อยู่! คันดินกั้นน้ำแตกแล้ว เตือน 8 อำเภอท้ายอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ให้อพยพ
ข่าวสด
26 กันยายน 2564 ( 22:31 )
19
โคราช เอาไม่อยู่! คันดินกั้นน้ำแตกแล้ว เตือน 8 อำเภอท้ายอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ให้อพยพ

โคราช เอาไม่อยู่ คันดินกั้นน้ำแตกแล้ว เตือน 8 อำเภอท้ายอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ให้อพยพไปอยู่ที่ปลอดภัย ส่วนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เก็บสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูง

 

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็น พบคันดินกั้นอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ถูกมวลน้ำซัดพังทลายเป็นความกว้างประมาณ 10 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำภายในอ่างมีมากจนเกินความจุ ก่อนที่คันดินจะพังทลาย อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 151% จากความจุอ่างทั้งหมดที่ 27.7 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) เป็นอ่างเก็บน้ำที่รับน้ำมาจากพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

 

นายกิตติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจดูพื้นที่เบื้องต้นพบว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่อำเภอด่านขุนทดได้ไหลลงมายังอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) มีปริมาณมากจนเกินกว่าที่อ่างจะรับไหว ทำให้มวลน้ำได้กัดเซาะคันดินผนังกันน้ำจนพังลง ซึ่งมวลน้ำได้ไหลลงไปพื้นที่ด้านล่าง นอกจากนี้ มวลน้ำบางส่วนยังล้นออกทางสปิลเวย์ประตูระบายน้ำฉุกเฉินของอ่างด้วย

 

 

ขณะเดียวกันทางจังหวัดนครราชสีมาได้ออกหนังสือด่วนที่สุดประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ด้านท้ายอ่าง 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอโนนไทย อำเภอพระทองคำ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอชุมพวง อำเภอลำทะเมนชัย และอำเภอเมืองยาง โดยให้ประชาชนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายสูง ให้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ในระดับสีส้ม โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เก็บสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูง

 

 

นายกิตติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางชลประทานได้พยายามเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ในอัตรา 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะยังต้องรักษาสันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออกมาทางสันเขื่อน เนื่องจากทางชลประทานยังสามารถควบคุมมวลน้ำที่ทะลักออกมาทางคันดินผนังกั้นน้ำได้ แต่หากปริมาณน้ำล้นสันเขื่อน จะไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้เลย ซึ่งชลประทานต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) เนื่องจากคาดการณ์ว่ายังคงมีมวลน้ำจากพื้นที่ด้านบนที่กำลังไหลลงมาที่อ่างอีกจำนวนมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง