หุ้นวันนี้ดาวโจนส์ 25 เมษายน 2569 ลดลง 79.61 จุด ปิดลบเล็กน้อย

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ด้วยบรรยากาศการลงทุนที่คึกคัก แม้ดัชนีดาวโจนส์จะปิดลบเล็กน้อย แต่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq สามารถทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ได้สำเร็จ โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากความหวังในสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์
สรุปความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์ก (24 เม.ย. 69)
- ดัชนีดาวโจนส์: ปิดที่ 49,230.71 จุด ลดลง 79.61 จุด (-0.16%)
- ดัชนี S&P 500: ปิดที่ 7,165.08 จุด เพิ่มขึ้น 56.68 จุด (+0.80%)
- ดัชนี Nasdaq: ปิดที่ 24,836.60 จุด เพิ่มขึ้น 398.09 จุด (+1.63%)
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งถือเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567
ปัจจัยบวกที่ขับเคลื่อนตลาด
1. ความหวังเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ตลาดหุ้นได้รับแรงบวกอย่างมีนัยสำคัญจากข่าวความคืบหน้าทางการทูต โดยมีรายงานว่าตัวแทนจากสหรัฐฯ นำโดยทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ มีกำหนดการเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาหารือกับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
2. หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร้อนแรง กลุ่มหุ้นชิปยังคงเป็นพระเอกของตลาดในสัปดาห์นี้ โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 18:
- Intel: สร้างปรากฏการณ์ด้วยการพุ่งทะยานถึง 23.65% ปิดที่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 82.57 ดอลลาร์สหรัฐ หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
- หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่: ทั้ง AMD และ Arm ปรับตัวขึ้นราว 14% ขณะที่ Nvidia พุ่งขึ้น 4.32% จนเกือบแตะมูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง
- นักวิเคราะห์มองว่าความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนใน AI ของ Big Tech (Amazon, Google, Microsoft, Meta) เริ่มลดลง ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปอีกครั้ง
จับตาปัจจัยเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า
ขณะที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ที่แข็งแกร่ง (คาดการณ์การเติบโตของกำไรอยู่ที่ 16.1%) เข้ามาพยุงตลาดไว้ได้ นักลงทุนกำลังเปลี่ยนความสนใจไปยัง:
- การประชุมเฟด (Fed): ตลาดเฝ้ารอสัญญาณเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและข่าวการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยขณะนี้ตลาดประเมินโอกาสราว 39% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้
- การเมืองในเฟด: ประเด็นการยุติการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน ช่วยคลายความกังวลและเปิดทางสู่การรับรองชื่อนายเควิน วอร์ช ซึ่งเป็นแคนดิเดตประธานเฟดคนใหม่ของทรัมป์
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นยังคงแสดงความแข็งแกร่งแม้จะมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและการเจรจาสันติภาพที่ดูมีความหวังมากขึ้น กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq เดินหน้าสร้างสถิติใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
