รีเซต

เจาะรหัสอาชีพอนาคต 2026 เรียนสายสุขภาพยังรุ่ง

เจาะรหัสอาชีพอนาคต 2026 เรียนสายสุขภาพยังรุ่ง
TNN ช่อง16
15 กุมภาพันธ์ 2569 ( 12:28 )
16

เจาะรหัส “อาชีพอนาคต” เรียนอะไรไม่ตกงาน

 เมื่อเทรนด์โลกยุคใหม่เปลี่ยนผู้คนยกให้เรื่อง “สุขภาพ” เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนยอมจ่าย ทำให้ตลาดแรงงานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นที่ต้องการมากขึ้น แนวโน้มการเรียนต่อจึงพุ่งเป้าไปที่คณะวิทยาศาสตร์สายสุขภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดีคือ ตลาดต้องการ “ทักษะที่เปลี่ยนไป”

ยุคสมัยแห่งการ “มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ”

เข้าสู่ปี 2026 อย่างเต็มตัว ประเทศไทยได้ข้ามผ่านคำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” ไปสู่การเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) โดยสมบูรณ์ เทรนด์การดูแลสุขภาพเปลี่ยนจาก “ป่วยแล้วค่อยรักษา” (Sick Care) กลายเป็น “ดูแลก่อนป่วยและยืดอายุขัย” (Intelligent Longevity) ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนในธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness พุ่งสูงถึง 1.23 ล้านล้านบาท พร้อมการเติบโตของสถานประกอบการด้านสุขภาพกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ จากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดแรงงานปี 2026 พบว่าความต้องการบุคลากรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่ขยายตัวไปสู่ ธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech), ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระดับพรีเมียม, และ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)

สายงานที่ “ขาดแคลนหนัก” และ “ค่าตัวสูง”

ความต้องการบุคลากรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพทำให้อาชีพที่เป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง ไม่ใช่เพียงอาชีพ แพทย์ หรือ พยาบาล เท่านั้น แต่อาชีพอย่างเช่น นักจิตวิทยาและที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Mental Health) กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ที่โตควบคู่มากับโลกยุคดิจิทัล เช่นเดียวกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลสุขภาพ (Health Data Scientist) ที่สามารถวิเคราะห์แนวโน้มโรคด้วย AI

หรือ ผู้บริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร (Geriatric Care Manager) ที่ต้องมีความรู้ทั้งด้านการพยาบาลและการจัดการธุรกิจ ล้วนเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการและมีค่าตอบแทนสูง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากระบบ TCAS และสถิติจากกระทรวงแรงงานในช่วงปี 2568-2569 ระบุว่า นักเรียนชั้นมัธยมปลายกว่า 80% ยังคงเลือกเรียนสาย “วิทย์-คณิต” โดยมีเป้าหมายหลักคือกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ อย่างไรก็ตาม “จุดเปลี่ยน” สำคัญคือกลุ่มเด็กเก่งเริ่มเบนเข็มจากคณะดั้งเดิมไปสู่คณะแนวผสมผสาน (Hybrid Degrees) มากขึ้น เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering), นวัตกรรมอาหารและโภชนเภสัชภัณฑ์ (Nutraceuticals) , และวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ (Health Data Science) เป็นต้น นอกจากนี้ เด็กมี “ค่านิยมที่เปลี่ยนไป” โดยไม่ได้มองหาแค่วุฒิการศึกษา แต่พวกเขามองหา "Skills-first" หรือทักษะที่ใช้งานได้จริง (Practical Portfolios) เช่น การทำโปรเจกต์วิจัยร่วมกับภาคเอกชนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วย

ผศ.ดร.อุดมชัย เตชะวิภู ผอ.โรงเรียนบูรณาการการศึกษาแนวใหม่และบัณฑิตศึกษา

ประธานหลักสูตรเทคโนโลยีมหาบัณฑิตคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ความเห็นว่า แนวโน้มความต้องการตลาดแรงงานด้านสายวิทยาศาสตร์สุขภาพยังโตต่อเนื่อง ที่ผ่านมาคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่ง มีหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต เช่นสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ และ สาขาวิชาชีพรังสีเทคนิค สามารถผลิตบุคลากรออกมา อย่าง สาขาวิชาชีพรังสีเทคนิค ปีละ 50-60 คน ส่วนใหญ่จบมามีงานทำเกือบ 100% โดยพบว่าการทำงานในภาคเอกชนมีรายได้ตอบแทนสูงประมาณ 50,000 บาทขึ้น ส่วนการทำงานในภาคราชการอาจจะได้ค่าตอบแทนน้อยกว่า

ผศ.ดร.อุดมชัย มองว่าการจูงใจให้เด็กนักเรียนสนใจได้การเรียนสายวิทย์-คณิต เพิ่มขึ้น ต้องเริ่มจากการส่งเสริมให้เด็กได้รู้จัก หรือ ทำโครงการที่ทำให้รู้สึกว่าทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายสามารถทำได้ และค่อยไต่ระดับไปสู่ความยากและผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเรียนด้านวิทย์-คณิต ถือเป็นเรื่องยากและใช้ความอดทนในการเรียน ดังนั้นต้องมีความชอบหรือถนัดด้านนี้ด้วย ซึ่ง เป็นพื้นฐานที่สามารถต่อยอดมาเรียนต่อทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพได้ ที่ขณะเดียวกัน เด็กอีกกลุ่มที่อาจสนใจสายบันเทิง มากกว่าสายวิชาการ ก็สามารถพัฒนาตัวเองเพื่อให้ประสบความสำเร็จในสายอาชีพนั้นได้ เช่น การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ซึ่ง ต่อไปอาจจะผลักดันหรือส่งเสริมให้มีอินฟลูเอนเซอร์ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อเป็นการจูงใจเด็กอีกทางหนึ่งด้วย

บทสรุปของทางเลือกการเรียน ความเสี่ยงที่น่ากังวลไม่ใช่ “การไม่มีงานทำ” แต่อยู่ที่ “การมีทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการ” เมื่อตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการคนที่มีทักษะด้าน AI AI & Data และมีทักษะการสื่อสารที่ยืดหยุ่น (Soft Skills)  มีการปรับตัวเร็ว (Adaptability) ดังนั้น การเลือกเรียนหมอหรือพยาบาลเพราะความมั่นคงยังเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากอยากเป็น “ตัวจริง” ในตลาดแรงงานยุคนี้คุณต้องมี แต้มต่อด้านเทคโนโลยี หรือความเข้าใจในธุรกิจด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง