รีเซต

ถอดตัวตน “ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์” จากนักวิชาการสู่แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย

ถอดตัวตน “ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์” จากนักวิชาการสู่แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย
TNN ช่อง16
14 มกราคม 2569 ( 07:58 )
24

ถอดหมวกตำแหน่ง ฟังตัวตน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดบทสนทนากับ TNN ด้วยคำถามง่ายที่สุด หากวันหนึ่งตื่นขึ้นมาโดยไม่มีบทบาทนักวิชาการและไม่มีสถานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตัวตนที่เหลืออยู่คือใคร คำตอบถูกอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า “เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนะครับ เป็นคนธรรมดาที่อยากทำอะไรแปลกใหม่ให้กับตัวเองทุกวัน” พร้อมย้ำว่าชีวิตประจำวันผูกพันกับการอ่านหนังสือและการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง

แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ถูกขยายผ่านภาพเปรียบเทียบที่ใช้เป็นหลักคิดส่วนตัว “ผมเชื่อว่าการจะรู้ลึกได้ เราต้องรู้ก่อนว่าพื้นดินตรงไหนที่ขุดลงไปได้ ถ้าอยู่ดี ๆ ลงลึกเลย บางทีจะไปไม่สุด” เวลาว่างในวันเสาร์อาทิตย์จึงถูกใช้ไปกับการค้นหาเรื่องใหม่ ทดลองเปิดประเด็นที่ยังไม่คุ้น และพูดคุยกับผู้คนหลากหลายอาชีพ “ผมชอบคุยกับคนที่ไม่ได้ทำงานสายเดียวกับเรา พอคุยแล้วมันสนุก แล้วก็มีความสุขขึ้นมา”


เมื่อถามถึงหนังสือที่อ่านในช่วงนี้ ยศชนัน บอกว่าหันกลับไปอ่านเรื่องการเกษตรควบคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทย “ผมพยายามกลับไปอ่านการเกษตรเยอะมาก อยากรู้พื้นฐานของแผ่นดินเรา สมัยก่อนเมืองหน้าตาเป็นยังไง” พร้อมอธิบายว่าคนสมัยก่อนมีความเข้าใจภูมิประเทศอย่างลึกซึ้ง “บางเมืองตั้งใจอยู่ที่ลุ่ม บางเมืองตั้งใจอยู่ที่สูง นี่คือความฉลาดของอดีต” ก่อนเชื่อมโยงมาถึงปัญหาปัจจุบันที่ผังเมืองหลายพื้นที่ไม่ได้ออกแบบให้สอดคล้องธรรมชาติ จนกระทบทั้งเมืองและภาคเกษตร “การกลับมาศึกษาให้ลึกขึ้น อาจทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้นกว่าที่คิด”

ในบทบาทการทำงานกับพรรคเพื่อไทย ยศชนันอธิบายภาพการทำงานในแต่ละวันว่า มีทั้งการพูดคุยกับสื่อ การประเมินความเหมาะสมของประเด็น และการทำงานร่วมกับทีมเพื่อพิจารณานโยบายในแต่ละพื้นที่ “ผมพยายามคุยกับคนที่จะใช้นโยบายจริงว่าเขารู้สึกยังไง เพื่อเอามาปรับแนวทาง” พร้อมย้ำว่านโยบายหลักมีความนิ่งแล้ว แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญมากคือการเตรียมพร้อมลงมือทำ “ถ้าได้รับเลือกตั้งเข้าไป ต้องเริ่มทำงานได้ทันที เพราะประเทศมีวิกฤตหลายเรื่อง 1 2 3 4 5 ต้องเคาะได้เลย เพื่อให้ประชาชนที่เลือกมาไม่ผิดหวัง”

ประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัวการเมืองถูกอธิบายอย่างเรียบง่าย บรรยากาศการพบปะส่วนใหญ่เป็นเรื่องชีวิตประจำวันและความหลัง “คุยกันว่าเรียนอะไร ทำอะไรอยู่ เล่าเรื่องอดีตกันมากกว่า ไม่ได้คุยเรื่องงานการเมือง” เว้นแต่กรณีที่อยากสอบถามข้อมูลเฉพาะด้าน “ถ้าอยากรู้เรื่องไหนแล้วอีกฝ่ายรู้ ก็โทรคุยกันได้บ้าง”


การลงพื้นที่พบประชาชน ยศชนันย้ำว่าใช้วิธีสื่อสารแบบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม “คุยเหมือนคุยกับเพื่อน มองทุกคนในสายตาเดียวกัน” พร้อมยอมรับว่าติดตามความคิดเห็นของประชาชนอย่างใกล้ชิด “ผมดูคอมเมนต์ตลอด ไม่ว่าจะชมหรือไม่ชม เพราะถ้าวันหนึ่งได้รับความไว้วางใจจริง ๆ ก็คงต้องไม่มีระยะห่างตรงนั้น”

เมื่อถูกถามถึงพรหนึ่งข้อหากสามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ ยศชนันเลือกเริ่มจากผังเมือง “อยากให้เมืองถูกออกแบบให้ทำงานกับสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างง่าย ค่าใช้จ่ายลดลง การเรียนรู้เป็นไปตามกลไกปกติ” เป้าหมายปลายทางคือประเทศที่คนอยู่ได้อย่างมีความสุข แม้การเมืองเปลี่ยน แต่คนไทยยังยืนอยู่บนเป้าหมายเดียวกัน

ช่วงท้ายของการสนทนา ยศชนันฝากสามคำที่ใช้เป็นหลักคิดส่วนตัว ได้แก่ “ความเป็นไปได้” เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังไปต่อได้หากตั้งใจจริง “Science” ที่หมายถึงทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ “โอกาส” ที่ต้องเปิดให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเกิดหรือเติบโตอยู่พื้นที่ใดของประเทศ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง