พาส่อง “เทคโนโลยีจากอวกาศ” ติดตามฝุ่น PM2.5

หลายวันมานี้ ประเทศไทยไม่ได้ปกคลุมไปด้วยหมอกควันธรรมดา แต่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบหายใจ ปอดและหัวใจโดยตรง แต่ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแบบนี้ยังมี “อาวุธลับจากอวกาศ” ที่คอยตรวจสอบ และติดตามค่าฝุ่นแทนเรา ตลอด 24 ชั่วโมง
พาส่อง “ดาวเทียมติดตามฝุ่น PM2.5”
ดาวเทียม Himawari-8 ภาพจาก Japan Meteorological Agency
ดาวเทียมฮิวามาริ-8 (Himawari-8) จากประเทศญี่ปุ่น เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิดของอวกาศ เพราะสามารถจับภาพทุก 10 นาที ผ่านกล้องในระบบออพติคอลและอินฟาเรด เพื่อเก็บข้อมูลสภาพอากาศครอบคลุมทวีปเอเชียและแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยใช้ข้อมูลนี้ เพื่อสอดส่องทิศทางลมและการเคลื่อนที่ของกลุ่มควัน ทำให้รู้ล่วงหน้าว่าฝุ่นจากที่ไหนกำลังจะพัดเข้าสู่ประเทศไทย
ดาวเทียม Terra/Aqua-MODIS ภาพจาก GISTDA
ดาวเทียมระบบโมดิส (MODIS: Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) ทำหน้าที่ตรวจสอบความเข้มข้นของฝุ่นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในภาพรวม ส่วนดาวเทียมระบบเวียร์ (VIIRS: Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) ทำหน้าที่ตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) และการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูงผ่านข้อมูลแสงสะท้อนและการดูดกลืนแสงในชั้นบรรยากาศ ประเทศไทยใช้ดาวเทียมทั้งสองระบบนี้ในการตรวจจับจุดความร้อน มีความแม่นยำสูง ในการระบุพิกัดพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่ง แม้ในช่วงเวลากลางคืน เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ในการเข้าไประงับเหตุได้ตรงจุด ซึ่งจุดความร้อนเหล่านี้เป็นต้นตอสำคัญของการเกิดฝุ่น PM2.5
ดาวเทียม Sentinel-5P ภาพจาก ESA
ดาวเทียมเซนทิเนล-5พี (Sentinel-5P) ภายใต้โครงการ Copernicus ของสหภาพยุโรป มีความสามารถในการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ รวมถึง PM 2.5 และก๊าซที่เกี่ยวข้อง เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ ใช้กล้องถ่ายภาพที่มีความก้าวหน้าสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศโลกด้วยการเทียบเเสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากชั้นบรรยากาศโลกกับเเสงที่มาจากดวงอาทิตย์โดยตรง ซึ่งประเทศไทยเราใช้ในการวัดก๊าซพิษและมลพิษข้ามพรมแดน เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ทำให้เราแยกแยะได้ว่าฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศมาจากควันรถ หรือมาจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
แนวทางการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา PM2.5
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้ระบุแนวทางในการบรรเทาและแก้ไขปัญหา PM2.5 โดยการประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จากเทคโนโลยีอวกาศ ดังนี้
ด้านนโยบาย: ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยสนับสนุนการทำงานให้กับรัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายในการลดมลพิษได้อย่างแม่นยำ เช่น การกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมการปล่อยมลพิษในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง หรือการออกประกาศแจ้งเตือนเขตมลพิษต่างๆ
ด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้า: การพัฒนาระบบแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมโยงกับข้อมูลอวกาศ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในกรณีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีลดมลพิษ: ใช้ข้อมูลจากอวกาศในการระบุแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น การเผาในที่โล่งและการจราจร เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยีการลดมลพิษที่ตรงจุด เช่น การติดตั้งตัวกรองฝุ่นจากแหล่งกำเนิดต่างๆ
ด้านการส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติ: การใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือร่วมกันในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศผ่านองค์กรเช่น United Nations Environment Programme (UNEP) เป็นต้น
การผสมผสานเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับความร่วมมือระดับสากล ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของ PM 2.5 ได้อย่างแม่นยำ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
