สวีเดนเลือกฝรั่งเศสให้สร้างเรือฟริเกต 4 ลำ 1.5 แสนล้านบาท แม้จะมี SAAB ร่วมประมูลด้วยก็ตาม

กองทัพเรือสวีเดนประกาศเลือกแบบเรือฟริเกต (Frigate) จากบริษัท เนวัล กรุ๊ป (Naval Group) ของฝรั่งเศส สำหรับโครงการจัดหาเรือรบผิวน้ำชั้นลูเลีย (Luleå) จำนวน 4 ลำ มูลค่าประมาณ 4,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 153,000 ล้านบาท โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งจากสเปน และอังกฤษที่จับมือกับซาบ (SAAB) บริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศชื่อดังของสวีเดนยื่นซองประมูลด้วยกัน
รายละเอียดโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ของสวีเดน
การประกาศผลการคัดเลือกมีขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสวีเดนได้เลือกแบบเรือ FDI ของ Naval Group จากฝรั่งเศส ที่มีคู่แข่งเป็นแบบเรือ Arrowhead 120 จากบริษัทแบ๊บค็อก (Babcock) ของสหราชอาณาจักรที่จับมือกับ SAAB และแบบเรือ ALFA 4000 จากบริษัทนาวานเทีย (Navanita) จากสเปน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับที่เสนอแบบเรือฟริเกต ALFA 3000 ให้กับกองทัพเรือไทย
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสคว้าสัญญาต่อเรือฟริเกตเหนือแบบเรือของ Babcock และ Navantia คือความพร้อมในการส่งมอบที่รวดเร็ว และประวัติการใช้งานจริงของแบบเรือ FDI (Frégate de Défense et d'Intervention) ที่ประจำการในกองทัพเรือฝรั่งเศสแล้ว 2 ลำ และกำลังทยอยส่งมอบให้กรีซอีก 3 ลำ ในปัจจุบัน
ในขณะที่ Arrowhead 120 นั้นเป็นเรือขนาด 124 เมตร ที่จะพัฒนาร่วมกับ Saab นั้นยังไม่เคยต่อเรือจริง เพราะยังเป็นเพียงแบบเรือที่ปรับปรุงจากเรือฟริเกต Arrowhead 140 รุ่นก่อนหน้าที่อยู่ระหว่างต่อเรือให้กับอินโดนีเซีย โปแลนด์ และสหราชอาณาจักร ส่วน ALFA 4000 นั้นเป็นแบบเรือที่ออกแบบใหม่เกือบทั้งหมดเพื่อตลาดส่งออก จึงยังไม่เคยมีชาติใดที่เป็นผู้ใช้งานมาก่อน
สเปกและขีดความสามารถของเรือฟริเกต FDI
ทั้งนี้ เรือฟริเกต FDI เป็นเรือรบผิวน้ำยุคใหม่ที่ถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือในเมืองลอริยองต์ (Lorient) ประเทศฝรั่งเศส ตัวเรือมีระวางขับน้ำประมาณ 4,000 ตัน และมีความยาว 122 เมตร ถูกออกแบบมาให้รองรับภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศและการทำสงครามปราบเรือดำน้ำด้วยสถาปัตยกรรมการรบแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
หัวใจสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศบนเรือลำนี้คือการติดตั้งระบบขีปนาวุธตระกูล Aster ที่พัฒนาโดยบริษัท MBDA โดยเฉพาะขีปนาวุธ Aster 30 ซึ่งมีระยะยิงไกลครอบคลุมพื้นที่ถึง 120 กิโลเมตร สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งอากาศยาน ขีปนาวุธร่อน (Cruise missile) และขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile)
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างด้านกลาโหมของสวีเดน (Försvarets Materielverk: FMV) จะประสานความเป็นไปได้ในการให้เรือรบชั้นลูเลียบูรณาการระบบต่าง ๆ ของสวีเดนเข้ากับตัวเรือ FDI เช่น ขีปนาวุธต่อต้านเรือ RBS 15, ตอร์ปิโด Type 47, เรดาร์ Giraffe 1X, สถานีอาวุธควบคุมระยะไกล Trackfire และปืน Bofors ของ SAAB ในฐานะมาตรการชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset policy) ของประเทศด้วย
การอุดช่องโหว่และยกระดับกองทัพเรือสวีเดน
FMV ได้เปลี่ยนกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างระหว่างปี 2024 ถึง 2026 ไปสู่แบบเรือต่างประเทศที่มีอยู่แล้วโดยเฉพาะ เพื่อเร่งการส่งมอบและลดความเสี่ยงของโครงการ ตลอดจนอุดช่องโหว่ด้านการป้องกันภัยทางอากาศของสวีเดนในภูมิภาคทะเลบอลติกมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการใช้ขีปนาวุธร่อนและฝูงโดรน
โดยสวีเดนตั้งเป้าหมายที่จะได้รับมอบเรือฟริเกต FDI ลำแรกในฐานะเรือชั้นลูเลีย ภายในปี 2030 และจะทยอยรับมอบปีละ 1 ลำ ไปจนถึงปี 2033 เพื่อเข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพเรือสวีเดนซึ่งปัจจุบันมีเพียงกองเรือรบแบบคอร์เวต (Corvette) เป็นแกนหลักในปัจจุบัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
