รีเซต

PCEมั่นใจรายได้ปีนี้โต15% พุ่งเป้าขายสินค้ากลุ่มอาหาร

PCEมั่นใจรายได้ปีนี้โต15% พุ่งเป้าขายสินค้ากลุ่มอาหาร
ทันหุ้น
9 กุมภาพันธ์ 2569 ( 08:15 )
8

#PCE #ทันหุ้น - PCE มั่นใจผลงานปี 2569 รายได้เติบโต 10-15% โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งการขยายส่วนของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม มุ่งขยายเข้าไปในอุตสาหกรรมอาหาร -รวมถึงสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจพลังงาน พร้อมจับตาในเรื่องนโยบายการปรับสูตรผสมน้ำมัน B100 ขณะที่ยังคงสามารถควบคุมประสิทธิภาพการผลิตได้ดี

นายพรพิพัฒน์  ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ที่มีความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 10-15% โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทั้งการขยายส่วนของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเฟสที่ 2 ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 3,200 ตันต่อวัน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม 2569 สำหรับโครงการเฟสที่ 3 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วง ปี 2570

@กระจายความเสี่ยงธุรกิจ

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จะเน้นการผลิตน้ำมันที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (Qualification) และได้รับมาตรฐานสากล เช่น RSPO เพื่อส่งเข้าสู่อุตสาหกรรมของทอดต่างๆ เช่น นักเก็ต ซึ่งกลุ่มนี้จะมี Margin ที่ดีกว่า น้ำมันทั่วไปเนื่องจากต้องการสเปคและใบรับรองคุณภาพสูง

โดยล่าสุดการร่วมทุน (JV) กับทาง “The Nisshin OiliO Group” จากญี่ปุ่น เพื่อขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ High Margin อื่นๆ เช่น กลุ่มเบเกอรี่, ไขมันโกโก้, เครื่องสำอาง และสินค้ากลุ่ม Oleochemical หรือ สารเคมีที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยมีแผนจะสร้างโรงงานแยกออกมาต่างหาก เพื่อผลิตสินค้าเฉพาะทางเหล่านี้ภายในกรอบระยะเวลา 3 ปี

นอกจากนี้ยังจะขยายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ "รินทิพย์" เข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ในครัวเรือน โดยบริษัทพยายามลดการพึ่งพิงธุรกิจพลังงาน Biodiesel เพียงอย่างเดียว และขยายไปสู่อุตสาหกรรมอาหาร, สินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่ม Oleochemical

@จับตาสูตรผสมน้ำมัน B100

ทั้งนี้ในส่วนนโยบายรัฐหลังจากการเลือกตั้ง บริษัทให้ความสำคัญกับการติดตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปรับสูตรผสมน้ำมัน B100 ว่าจะมีแนวทางการขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร เนื่องจากนโยบายนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพราคาปาล์มในประเทศ

โดยเฉพาะในช่วงที่มีผลผลิตปาล์มออกมาเป็นจำนวนมากจนทำให้ราคาปาล์มตกต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และสวัสดิภาพของกลุ่มเกษตรกรในระดับหนึ่ง ด้านทิศทางค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบการส่งออก แต่ถูกชดเชยด้วยราคาปาล์มในตลาดโลกที่สูงขึ้น เนื่องจากผลผลิตในมาเลเซียและอินโดนีเซียหดตัวลง

ในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต บริษัทยังคงสามารถคุม Yield ของโรงงานได้ในระดับที่ดี ให้ไม่ต่ำกว่า 18% โดยเน้นการคัดเลือกซื้อผลปาล์มที่มีคุณภาพสูง การจัดการกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ และการลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Oil Loss) ให้เหลือน้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง