TQMซื้อกิจการใกล้จบ “ทีคิวอาร์”เข้าmaiต้นปี

TQMซื้อกิจการใกล้จบ “ทีคิวอาร์”เข้าmaiต้นปี
ทันหุ้น
12 ตุลาคม 2563 ( 08:30 )
27
TQMซื้อกิจการใกล้จบ “ทีคิวอาร์”เข้าmaiต้นปี

ทันหุ้น –สู้โควิด –ผู้ถือหุ้นใหญ่ TQM แจงขายหุ้น Biglot จำนวน 3,685,000 หุ้นให้กองทุนต่างประเทศ หวังเพิ่มสภาพคล่องหุ้น ไม่กระทบการบริหาร ยันกลุ่ม “พรรณนิภา” ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่เกือบ 60% เผยดีล M&A ใกล้จบ เดินหน้าร่วมทุนพันธมิตรต่างประเทศต่อเนื่อง เตรียมดัน “ที คิว อาร์” เข้าตลาด mai ปีหน้า


ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยว่า ตนเองและผู้บริหารบริษัทอีก 2 คน ประกอบด้วย นางสาวรัตนา พรรณนิภา และนายอำพน อ้นเอี่ยม ได้ขาย Big lot ให้กับนักลงทุนสถาบันต่างชาติประเภทกองทุน จำนวน 3,685,000 หุ้น คิดเป็น 1.23%ของหุ้นจำนวนทั้งหมดของเนื่องจากกองทุนต่างประเทศกลุ่มนี้ มีความสนใจในธุรกิจนายหน้าประกัน และได้ติดต่อขอเจรจาซื้อหุ้นจากผู้บริหารมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว


“ผมได้รับการติดต่อซื้อหุ้นจากกองทุนจากต่างประเทศ หลังจากที่เราได้ไปโรดโชว์ต่างประเทศ เขา (กองทุนต่างประเทศ) ก็สนใจในบิสซิเนสโมเดลของเรามาก จึงต้องการเข้ามาถือหุ้น แต่การที่จะเข้าไปซื้อในตลาดหุ้นก็ทำได้ยาก จึงได้ติดต่อมาทางเรา เพื่อที่จะขอซื้อหุ้น เราจึงตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนออกไปในครั้งนี้” ดร.อัญชลิน กล่าว


*ไม่กระทบการบริหาร


ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้น Big lot ครั้งนี้ เพื่อต่อยอดพันธมิตรทางธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายการบริหารธุรกิจ และโครงสร้างผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด เนื่องจากกลุ่มพรรณนิภา ยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่เกือบ 60%


เมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.63) หุ้น TQM มีรายการ Big Lot จำนวน 3 รายการ 3,685,000 หุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 130 บาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย 479.05 ล้านบาท


ดร.อัญชลิน กล่าวว่า ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TQM มีกลุ่มครอบครัวพรรณนิภา ถือหุ้นใหญ่ รองลงมาเป็นนักลงทุนสถาบันประเภทกองทุนเ ซึ่งครอบครัวพรรณนิภา จะยังคงการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อไป หากจะมีการขายหุ้น Big Lot ในอนาคตอีกก็จะเป็นจำนวนที่ไม่มากแล้ว


*คาดสรุปดีล M&A ปีนี้


สำหรับความคืบหน้าการซื้อกิจการ(M&A) ในปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุป 1 ดีล ซึ่งเป็นดีลในประเทศ ส่วนการร่วมทุนในต่างประเทศ คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า เพราะจะต้องรอให้มีการเปิดประเทศก่อน ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นก็มีแผนที่จะเข้าไปร่วมทุนในประเทศลาวต่อไป ซึ่งจะเป็นการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ


สำหรับผลดำเนินงานในปี 2563คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่มียอดเบี้ยประกันอยู่ที่ระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 15% จากปีก่อน ส่วนในปีหน้าบริษัทจะตั้งเป้าจะเติบโตมากกว่าปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทพยายามขยายธุรกิจในช่องทางต่างๆ เช่นการร่วมกับตู้บุญเติม ในการขายประกัน เป็นต้น


*ดัน”ที คิว อาร์” เข้า mai


ส่วนการนำบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด(มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ประมาณไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งครอบครัวพรรณนิภา ถือหุ้นใหญ่ และถือเป็นบริษัทที่มีการเติบโตที่ดี และไม่มีหนี้ มีความเสี่ยงต่ำ คาดว่าเมื่อเข้ามาจดทะเบียนจะได้รับความสนใจเช่นเดียวกับหุ้น TQM


บริษัท ที คิว อาร์ ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้นคิดเป็น 26.09% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยมีบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุน มีแผนจะนำไปลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ, การลงทุนพัฒนาแบบจำลองทางการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับประกอบธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง