BCH บล.พาย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.00 บาท

#ทันหุ้น #2026 #SET #BCH บล.พาย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.00 บาท
บล.พาย คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) BCH แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงเหลือ 11.00 บาท จากเดิม 12.50 บาท โดยแม้แนวโน้มอัตราค่าชดเชยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) จะยังคงอยู่ที่ 12,000 บาท แต่การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่มีกำลังจ่ายสูงมีแนวโน้มถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามในระยะสั้น ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรมีแนวโน้มทรงตัว YoY และทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ลงเหลือเติบโต 4% และ 5% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม BCH ยังคงแผนการลงทุนต่อเนื่อง โดยจะปรับปรุงอาคาร 2 แห่งในปี 2569 และเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งในปี 2570 เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะในเขต EEC ขณะที่ valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดย PE ปี 2569 อยู่ที่ราว 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และใกล้เคียงกลุ่มโรงพยาบาล
ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 25% QoQ จากรายได้ที่เติบโต YoY และไม่มีผลกระทบจากการปรับลดค่าชดเชยโรคซับซ้อนเหมือนในปี 2567 โดยอัตรากำไร EBITDA ในช่วงปี 2568-2569 ฟื้นตัวเล็กน้อยอยู่ที่ 24% จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยต่างชาติ การเพิ่มอัตราครองเตียง และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มปี 2569-2570 คาดว่ากำไรจะยังเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 3.5% และ 4.5% ตามลำดับ จากการคงอัตราค่าชดเชย RW>2 ที่ 12,000 บาท รวมถึงการชดเชยผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลงด้วยการขยายฐานไปยังโรงพยาบาลใน สปป.ลาว อย่าง Kasemrad International Hospital Vientiane อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางมีแนวโน้มล่าช้าจากสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันรายได้และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ประมาณ 27% และ EBITDA Margin ที่ 24%
ในด้านแผนงาน บริษัทเตรียมปรับปรุง Kasemrad Bangkae ในไตรมาส 2/2569 และขยาย Kasemrad Maesai พร้อมเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ Kasemrad Rayong และ Kasemrad Ramkhamhaeng รวมเพิ่มประมาณ 390 เตียงในปี 2570 แม้ในระยะแรกอาจมีผลขาดทุนและค่าใช้จ่ายสูง แต่เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรม EEC
การประเมินมูลค่าใช้วิธี DCF ภายใต้สมมติฐาน COE 10% และ TG 2% เทียบเท่า PE ราว 20 เท่า โดยคาดซื้อขาย EV/EBITDA ที่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16 เท่า ขณะที่ PE ปี 2569 อยู่ที่ 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของบริษัทที่ 34 เท่า
ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ที่ 0.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 3% โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
