SNNPปักธงรายได้6.8 พันล. เดินหน้าดันมาร์จิ้นแตะ30%

#SNNP #ทันหุ้น - SNNP กางแผน JUMP+ ดันรายได้ปี 2571 แตะ 6.8 พันล้านบาท รุดลงทุนออโตเมชันพัฒนาสมรรถนะสายการผลิตหนุนกำลังผลิตเพิ่ม 20% ลดพึ่งพิงแรงงานคน หนุนอัตรากำไรขั้นต้น 30% ขณะที่ผลกระทบสงครามอิหร่านรับยังไหว ไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินหน้าแผนงานโครงการส่ง เสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท ( JUMP+ Plan) ในช่วงปี 2569-2571 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านยุทธศาสตร์ที่สมดุลระหว่างการเพิ่มรายได้ ผลกำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยตั้งเป้ารายได้รวม 6,800 ล้านบาท ในปี 2571 จากสิ้นปีที่ผ่านมาทำได้ 5,662 ล้านบาท พร้อมกับมีเป้าหมายการรักษาและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในอนาคตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นคาดระหว่าง 3 ปีนี้อยู่ที่ 30% จากปีก่อนอยู่ที่ 29.5%
@เพิ่มประสิทธิภาพ
โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การปรับปรุงประสิทธิภาพผลิตผลิตภัณฑ์ Jele Beautie ด้วยเทคโนโลยี Automation พัฒนาสมรรถนะสายการผลิตส่วนการบรรจุและปิดฝาซอง ใช้เงินลงทุนประมาณ 6 ล้านบาท (One-Time CAPEX) เริ่มลงทุนปีนี้ แล้วบริษัทจะเข้าสู่ระยะปรับประสิทธิภาพในปี 2570 และดำเนินงานเต็มกำลังการผลิตในปี 2571 ซึ่งเมื่อสำเร็จคาดกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นต่อปีราว 20% ต่อปี หรือประมาณ 216,000 ลัง
ทั้งนี้คาดว่าจะช่วยอัตรากำไรขั้นต้นต่อปี 1.4% จากการลดของเสียและลดพึ่งพาแรงงาน นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการหาแหล่งวัตถุดิบราคาเหมาะสมอีกด้วย ขณะที่ตลาดขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มในไทยและอาเซียนยังมีแนวโน้มขยายตัว แม้จะมีความท้าทายด้านกำลังซื้อที่ลดลง แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าการเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้
@แผนรับต้นทุนเพิ่ม
สำหรับรายได้ส่วนใหญ่ของ SNNP มาจากการขายในประเทศ 77-80% และต่างประเทศร้อยละ 20-23% มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทยผ่านศูนย์กระจายสินค้า 11 แห่ง และส่งออกไปยังกว่า 41 ประเทศทั่วโลก
ด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้อันส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งผันผวน บริษัทได้รับมือในเชิงรุกผ่านแผนในโครงการ Jump+ ดังกล่าวไปข้างต้น และได้เตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อรองรับหากกรณีมีการหยุดชะงักของซัพพลายเชน และบริษัทยังเน้นย้ำการรักษาอัตรากำไรผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพภายใน ท่ามกลางความเสี่ยงต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งจะสูงขึ้น แทนการปรับขึ้นราคาสินค้าทันทีเพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
