รีเซต

ภารกิจแรก 'ชัชชาติ' ชนหมัด 'วิโรจน์' ล่องเรือสำรวจคลองลาดพร้าว แก้ปัญหาน้ำท่วม

ภารกิจแรก 'ชัชชาติ' ชนหมัด 'วิโรจน์' ล่องเรือสำรวจคลองลาดพร้าว แก้ปัญหาน้ำท่วม
มติชน
23 พฤษภาคม 2565 ( 15:42 )
50
ภารกิจแรก 'ชัชชาติ' ชนหมัด 'วิโรจน์' ล่องเรือสำรวจคลองลาดพร้าว แก้ปัญหาน้ำท่วม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่วัดลาดพร้าว เขตลาดพร้าว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมด้วย ว่าที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตห้วยขวาง เขตวังทองหลาง เขตลาดพร้าว และเขตจตุจักร ลงพื้นที่และนั่งเรือสำรวจคลองลาดพร้าว และนำเสนอนโยบายป้องกันน้ำท่วม กทม. โดยเมื่อนายชัชชาติ และนายวิโรจน์ พบกันต่างยิ้มแย้ม จับมือทักทาย และกอดแสดงความยินดี นอกจากนี้ ยังทำท่าชนหมัด เพื่อแสดงถึงการพร้อมร่วมมือกันทำงานให้กับกทม.

 

จากนั้นนายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ครั้งแรกว่า วันนี้ตนยังไม่ได้รับรองเป็นผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการ แต่ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนถามมา คือ เรื่องน้ำท่วม ซึ่งจุดที่มีปัญหามากคือคลองลาดพร้าวในเรื่องการระบายน้ำ เนื่องจากปลายทางเป็นอุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง ที่อยู่ตรงคลองแสนแสบ ซึ่งมีกำลังดูด 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่น้ำไปไม่ถึง และมันควรจะตัดน้ำไปทางคลองบางซื่อ เพราะอุโมงค์มันใกล้กว่า ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ วังทองหลาง ลาดพร้าว จตุจักร และห้วยขวาง ซึ่งทั้ง 4 เขตนี้เป็นของว่าที่ ส.ก. พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ตนจึงเชิญมาคุยปัญหาในพื้นที่ โดยจะลงเรือไปในคลองลาดพร้าวเพื่อดูปัญหา และเผื่อจะนำปัญหาอื่นๆ ในเขตมาลงในนโยบายด้วย

 

 

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ตนกับนายวิโรจน์ก็ได้พูดคุยกันแล้วว่าพร้อมที่จะร่วมมือกัน จึงถือโอกาสมาคุยกันด้วยเลย นายวิโรจน์ก็ได้ฝากนโยบายไว้ 12 ข้อ ก็ต้องดูว่าจะช่วยปฏิบัติได้อย่างไร ซึ่งทุกอย่างเป็นข้อเสนอที่ดีมีคุณค่า ตนถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี สุดท้ายเราร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขต โดยตนจะไปทุกพื้นที่ หากพื้นที่ไหนเกี่ยวข้องกับว่าที่ ส.ก.พรรคไหนก็จะเชิญมาคุยและร่วมลงพื้นที่ด้วย เพราะจะทำให้เข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น โดยเย็นนี้จะไปที่คลองเตยก็ได้เชิญว่าที่ ส.ก.เขตคลองเตยแล้ว ซึ่งหลักการคือพยายามให้เกียรติและคุยปัญหากัน

 

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่า ส.ก.ที่อยู่เขตใกล้กัน แม้จะอยู่คนละพรรคก็จะต้องคุยกัน เพราะปัญหาคล้ายๆ กัน ตนอยากจะเห็นกรุงเทพฯ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราเห็นต่างกันได้ แต่อย่าไปทะเลาะกัน เพราะทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเพื่อประชาชนเหมือนกัน วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะร่วมมือกัน โดยไม่ได้คิดถึงพรรค แต่คิดถึงคนกรุงเทพฯ เป็นหลัก ตนคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็ง และจะสร้างบริบทการเมืองใหม่ที่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็น อีกทั้งบทบาท ส.ก. ต่อไปก็จะเข้มแข็งขึ้น

 

เมื่อถามถึงแผนที่ที่ถืออยู่ในมือ นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นแผนที่ 4 เขตที่จะแจกให้ว่าที่ ส.ก. ดูว่าปัญหาอยู่ที่จุดไหน ความจริงเรามีนโยบายรายเขตอยู่แล้ว แต่เผื่อว่าที่ ส.ก.มองเห็นปัญหาแล้วจะเพิ่มเข้ามา ทั้งนี้ ในวันที่ 24 พฤษภาคม น่าจะไปลงพื้นที่แถวตะวันออก ตอนนี้พยายามลงพื้นที่จุดเร่งด่วน และเชิญ ส.ก.มาด้วย เพราะเมื่อวันที่เรากับส.ก.ได้เวลาทำงาน ไม่มีเวลาฮันนีมูน เพราะประชาชนไม่มีฮันนีมูนในการทุกข์ร้อน ก็จะได้เริ่มทำงานเลย ต้องขอบคุณนายวิโรจน์ที่กรุณามาร่วมกัน ซึ่งท่านเป็นคนมีความรู้และเข้าใจปัญหาได้ดี

 

นายชัชชาติ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ความจริงมีการสร้างเขื่อนยาวไปถึงบางบัว แต่ผู้รับเหมาทิ้งงาน เมื่อไม่มีเขื่อนจึงไม่สามารถขุดลอกคลองได้ และทำให้ตลิ่งพัง ดังนั้นอาจจะต้องยกเลิกผู้รับเหมา เพื่อเดินหน้าสร้างเขื่อนต่อไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องแก้มลิง ที่ไม่ได้ถูกบริหารจัดการ จึงเกิดน้ำท่วมทุกครั้งที่มีฝนตก ส่วนเรื่องคุณภาพน้ำในคลองลาดพร้าวเน่าเสีย นายวิโรจน์ ได้เสนอนโนบายเรื่องการเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย แต่ตอนนี้การสร้างโรงบำบัดน้ำยังไม่ครบถ้วน ดังนั้นกทม. ต้องเข้มงวดกับการปล่อยน้ำเสียลงคูคลอง โดยเฉพาะจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเราต้องทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ

 

ถามถึงการตระเวนเก็บป้ายหาเสียงไปทำกระเป๋า นายชัชชาติ กล่าวว่า ป้ายหาเสียงของตนก็เหมือนกับของทุกคน ที่หลายคนนำไปทำที่กันแดด หรือที่ปูโต๊ะ เหมือนเป็นขยะอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงแล้วแต่คนมอง ทั้งนี้ เราพยายามเก็บกลับมาให้มากที่สุด และตอนนี้แทบไม่เหลือให้เก็บกลับแล้ว เมื่อถามถึงกรณีที่มีคนจะนำประเด็นป้ายหาเสียง ไปร้องเรียนไม่ให้รับรองเป็นผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า เราเคารพคนร้อง แต่เราคิดเรื่องนี้มานานแล้ว และตนก็ไม่เคยบอกว่า ถ้าเลือกตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้วมาเอาป้ายหาเสียงของตนไป เมื่อถามว่า กังวลว่าจะทำให้การเป็นผู้ว่าฯ กทม. สะดุดลง หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเราคิดเรื่องนี้มาอย่างละเอียดแล้ว ส่วนที่มีการนำไปขาย ไปประมูล หรือรีไซเคิลหรือไม่ ก็ไม่ทราบ ทั้งนี้ นโยบายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างหนึ่งคือนโยบายลดโลกร้อน การรีไซเคิลจึงไม่ใช่เรื่องอะไร เมื่อถามถึง กรณีมีคนนำป้ายหาเสียงไปทำกระเป๋าเพื่อขายต่อในราคา 300 บาท นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ให้ฝ่ายกฎหมายดูแล

 

 

 

เมื่อถามว่า มีแผนจะชวนกับนายวิโรจน์ มาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. หรือที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เพื่อร่วมมือกันทำงานหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า คิดว่าจะเป็นการพูดคุยเรื่องเทคนิค และนโยบายมากกว่า เพราะอนาคตของนายวิโรจน์ยังอีกไกล คงไม่ใช่จะเป็นแค่รองผู้ว่าฯ กทม. หรอก ผมยืนยันว่า สามารถทำงานกับ ส.ก.ทุกพรรค แค่บังเอิญมาลงพื้นที่เขตลาดพร้าว และเย็นนี้จะลงพื้นที่คลองเตย ก็จะต้องไปพบกับ ส.ก. เขตคลองเตย เราไม่ได้เลือกพรรค เพราะเราเป็นอิสระ โดยนโยบายของอดีตผู้สมัครฯ ผู้ว่าฯ กทม. คนใดมีประโยชน์ เราก็จะนำมาปรับใช้

 

ส่วนการมาลงพื้นที่ร่วมกับนายชัชชาติ ถือว่ามีความพร้อมเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. แล้วใช่หรือไม่นั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนมาช่วยในเชิงนโยบาย เช่นวันนี้มาดูเรื่องเปิดปิดประตูระบายน้ำ ซึ่งเห็นตรงกันกับนายชัชชาติว่า เราจะทำให้มันมีประสิทธิภาพได้อย่างไร การบริหารการเปิดปิดประตูระบายน้ำจะคิดเฉพาะแพ็กเกจเดียวไม่ได้แล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง