เปิดศักราชปี 69 อย่างปั่นป่วน ทั่วโลกเจอสภาพอากาศสุดขั้ว หนาวจัด-ร้อนเดือดตั้งแต่ต้นปี

เดือนมกราคมที่ผ่านมา นับเป็นเดือนที่สภาพอากาศทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง ทั้งคลื่นความหนาวจัด ความร้อนจัด และฝนตกหนักผิดปกติ โดยข้อมูลจากหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาระบุว่า มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นเดือนมกราคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล
รายงานจากบริการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service – C3S) ระบุว่า อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยผิวโลกในเดือนมกราคมอยู่ที่ 12.95 องศาเซลเซียส สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.47 องศาเซลเซียส แม้จะต่ำกว่าสถิติเดือนมกราคมที่ร้อนที่สุดซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2568 อยู่ 0.28 องศาเซลเซียสก็ตาม
อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิในแต่ละภูมิภาคกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทวีปยุโรปเผชิญเดือนมกราคมที่หนาวเย็นที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือประสบอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดต่ำถึงลบ 42 องศาเซลเซียส
ในทางตรงกันข้าม หลายพื้นที่ในซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย ชิลี และแคว้นปาตาโกเนีย กลับเผชิญความร้อนรุนแรงผิดปกติ ส่งผลให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาคของโลก รวมถึงแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ และหลายประเทศในยุโรป ต้องเผชิญฝนตกหนักในช่วงปลายเดือน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม คร่าชีวิตประชาชนหลายสิบราย โดยประเทศโมซัมบิกได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีประชาชนอย่างน้อย 650,000 คนได้รับผลกระทบ และบ้านเรือนกว่า 30,000 หลังถูกทำลายหรือเสียหาย
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เตือนว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 0.5 องศาเซลเซียส จะทำให้ความถี่และความรุนแรงของคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และภัยแล้งในหลายภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
“ซาแมนธา เบอร์เจส” ผู้นำด้านยุทธศาสตร์ภูมิอากาศของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป (ECMWF) ระบุว่า เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 เป็นเครื่องเตือนใจว่า ระบบภูมิอากาศสามารถก่อให้เกิดอากาศหนาวจัดในบางพื้นที่ และความร้อนรุนแรงในอีกพื้นที่หนึ่งได้พร้อมกัน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความพร้อมและการปรับตัวของสังคมต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น
ด้านนาง “เซเลสเต ซาอูโล” เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยชี้ว่า ประเทศที่มีระบบเตือนภัยครอบคลุมสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติได้ถึง 6 เท่า
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำเหตุการณ์อากาศหนาวจัดในอเมริกาเหนือมาใช้ตั้งข้อสงสัยต่อภาวะโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศยืนยันว่า เหตุการณ์อากาศหนาวยังสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกที่กำลังร้อนขึ้น เพียงแต่มีแนวโน้มสั้นลงและรุนแรงน้อยลง
การวิเคราะห์ของ Climate Central เมื่อปี พ.ศ. 2565 ระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา วันที่หนาวที่สุดของปีในสหรัฐอเมริกามีอุณหภูมิสูงขึ้นเฉลี่ย 2.8 องศาเซลเซียส และช่วงเวลาของคลื่นความหนาวสั้นลงเฉลี่ย 6 วันในเกือบทุกพื้นที่ที่ศึกษา
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า สภาพอากาศรายวันหรือเฉพาะพื้นที่ไม่สามารถสะท้อนแนวโน้มภูมิอากาศโลกในระยะยาวได้ โดยในความเป็นจริง โลกได้บันทึกปีที่ร้อนที่สุดติดต่อกันมาแล้วถึง 11 ปีในยุคปัจจุบัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
