กรุงเทพฯ กำลังจม? จาก 3 วิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับงานวิจัยและแบบจำลองด้านภูมิอากาศชี้ให้เห็นว่า “กรุงเทพมหานคร” มีโอกาสสูงที่จะเผชิญกับภัยน้ำท่วมในระดับรุนแรง และอาจกลายเป็นปัญหาน้ำท่วมเรื้อรัง (Chronic Flooding) จนมีความเสี่ยงที่บางพื้นที่จะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลภายในปี 2050 หากไม่มีการยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างจริงจัง
ความเสี่ยงดังกล่าวเกิดจากวิกฤต 3 ด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า "Triple Threat"
3 ปัจจัยหลักที่เพิ่มโอกาสเกิดน้ำท่วมในปี 2050
1. แผ่นดินทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง (Land Subsidence)
กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันพื้นที่เมืองยังคงทรุดตัวลงเฉลี่ย 1–2 เซนติเมตรต่อปี จากผลกระทบของการสูบน้ำบาดาลในอดีต รวมถึงน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างที่มีความหนาแน่นสูง
2. ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น (Sea Level Rise)
รายงานจาก Climate Central และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมหลายแห่ง ระบุว่า ระดับน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 3–5 มิลลิเมตรต่อปี คาดว่าภายในปี 2050 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นจนส่งผลให้ประชากรกว่า 10% ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องอาศัยอยู่บนพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเลหนุนสูง
3. ปริมาณน้ำฝนและน้ำเหนือไหลหลาก (Heavy Rainfall & Runoff)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้มรสุมมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณฝนตกหนักและน้ำไหลหลากจากภาคเหนือเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ขณะที่การขยายตัวของเมืองได้ทำลายพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติไปเป็นจำนวนมาก
การประเมินจากหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารโลก (World Bank) และสถาบันวิจัยชั้นนำ ระบุถึงแนวโน้มความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการเตรียมมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1. ภายในปี 2030
พื้นที่เกือบ 40% ของกรุงเทพมหานคร มีโอกาสเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี จากฝนตกหนักและระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ
2. ภายในปี 2050
เกือบทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานครจะอยู่ในระดับความเสี่ยงขั้นวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกตอนล่าง และจังหวัดปริมณฑลชายฝั่ง เช่น สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ที่มีความเสี่ยงถูกน้ำทะเลท่วมถึง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
