ยอมเจ็บ 100 แผล เพื่อ 6 ล้านชีวิต! ภารกิจช่วยผึ้งใน “สิงคโปร์”

สำหรับคนส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ รังผึ้งอาจเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลและต้องการกำจัด แต่สำหรับ “แคลเรนซ์ ชัว” มันคือภารกิจช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างยิ่ง
แคลเรนซ์ ชัว เป็นหนึ่งในผู้กอบกู้ผึ้งไม่กี่คนในสิงคโปร์ เขาใช้ชีวิตประจำวันในการย้ายรังผึ้งที่พบในพื้นที่เมือง ซึ่งมักปรากฏในสถานที่ไม่คาดคิด ตั้งแต่ศาลเจ้าภายในคอนโดมิเนียม ไปจนถึงเครื่องยนต์ของเครื่องบินที่ต้องหยุดบินชั่วคราวเพื่อรอการเคลื่อนย้ายฝูงผึ้ง
ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เขาสามารถย้ายรังผึ้งได้เฉลี่ยปีละประมาณ 100 รัง หรือราว 6 ล้านตัว โดยเป็นการย้ายแบบรักษารังทั้งหมด ทั้งผึ้งนางพญา ตัวอ่อน และผึ้งงาน ไปยังแหล่งเลี้ยงผึ้ง 3 แห่งที่เขาดูแล รวมถึงในสวนหลังบ้านของเขาเอง แม้เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะเลือกเรียกบริการกำจัดแมลงซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่ชัวพยายามโน้มน้าวให้เจ้าของบ้านเลือกการย้ายรังแบบไม่ทำลาย โดยมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ช่วยรักษาชีวิตผึ้งไว้ได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยงานท้องถิ่นในสิงคโปร์เริ่มให้ความสนใจและว่าจ้างเขามากขึ้น ขณะที่เขายังเผยแพร่ภารกิจกู้ชีวิตผึ้งผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ว่าผึ้งไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางและสำคัญต่อธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม งานนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง เขาเคยถูกผึ้งรุมต่อยประมาณ 100 ครั้งในเวลาเพียง 30 วินาที ขณะพยายามกู้รังในคอนโดมิเนียม ทำให้เขาเรียนรู้ว่าธรรมชาติไม่ควรถูกประเมินต่ำ และผึ้งคือสัตว์ป่าที่ต้องเคารพ
ชัวระบุว่าผึ้งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยประมาณ 70% ของป่าดิบเขาในสิงคโปร์ต้องอาศัยการผสมเกสรจากผึ้ง และราว 30% ของพืชอาหารทั่วโลกก็พึ่งพาผึ้งเช่นกัน หากไม่มีผึ้ง ผลผลิตอาหารจะลดลงและมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก
เขายังมองว่าช่วงโควิด-19 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความเปราะบางของระบบอาหาร และต้องการขยายงานอนุรักษ์ผึ้งไปในระดับโลก ผ่านสารคดีที่นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผึ้งในหลายประเทศ
เรื่องราวของแคลเรนซ์ ชัว สะท้อนว่าผึ้งไม่ใช่เพียงแมลงที่สร้างความรำคาญ แต่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก การอนุรักษ์ผึ้งจึงเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของมนุษยชาติอย่างแท้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
