รีเซต

รู้จัก "Kodokushi" การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ เมื่อความเหงา กลายเป็นมฤตยูเงียบในสังคมโลก

รู้จัก "Kodokushi" การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ เมื่อความเหงา กลายเป็นมฤตยูเงียบในสังคมโลก
TNN ช่อง16
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:10 )
16

Kodokushi (孤独死) หรือการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุในญี่ปุ่น และทั่วโลก คือโศกนาฏกรรมที่ผู้เสียชีวิตละสังขารลงเพียงลำพังในที่พัก และไม่มีใครรับรู้จนเวลาผ่านไปหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือบางกรณีอาจเป็นเดือน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงรอยร้าวในความสัมพันธ์ของมนุษย์ยุคปัจจุบัน


สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด Kodokushi


-สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงมาก และหลายคนอาศัยอยู่ตัวคนเดียวหลังจากคู่สมรสเสียชีวิต

-ครอบครัวเดี่ยว คนรุ่นใหม่แยกตัวออกไปอยู่ลำพังมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดห่างเหิน

-ความโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation) หลายคนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน หรือขาดเครือข่ายความช่วยเหลือในชุมชน

-ภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาการตกงานหรือรายได้น้อย ทำให้คนบางกลุ่มเลือกที่จะปลีกตัวออกจากสังคมเพราะความอายหรือความเครียด


"ญี่ปุ่น"ต้นกำเนิด และภาพสะท้อนอนาคต

ในญี่ปุ่น ปัญหานี้รุนแรงจนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal)

สถิติที่น่าตกใจคือ คาดการณ์ว่ามีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมากกว่า 30,000 คนต่อปี

สาเหตุ เกิดจากวัฒนธรรม Hikikomori (การปลีกตัวจากสังคม) ในวัยกลางคนที่สืบเนื่องจนถึงวัยชรา และการล่มสลายของสถาบันครอบครัวขยาย

จากเหตุการณืนี้ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ หรือที่เรียกว่า อาชีพ "ผู้ทำความสะอาดพิเศษ" (Special Cleaners) ที่ต้องจัดการกับคราบและกลิ่นในห้องของผู้เสียชีวิตที่ไม่มีญาติมาดูแล



"ประเทศไทย" วิกฤตเงียบในสังคมสูงวัยสุดยอด

ประเทศไทยกำลังเดินรอยตามญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเราได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society)


สังคมเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ผู้สูงอายุอาศัยในคอนโดหรือบ้านจัดสรรลำพังมากขึ้น ลูกหลานแยกตัวไปทำงานที่อื่น


สังคมในเมืองในไทย ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านที่ลดลง (กำแพงสูงขึ้น ใจห่างกันมากขึ้น) ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น หัวใจวายหรือล้มในห้องน้ำ จึงไม่มีใครเข้าช่วยเหลือได้ทัน


นอกจากนี้ในสังคมไทยยังมีความเชื่อเรื่อง "บ้านผีสิง" หรือความกลัวศพ ทำให้บ้านที่เกิดเหตุการณ์นี้กลายเป็นทรัพย์สินที่เสื่อมมูลค่า และถูกทิ้งร้าง


สถานการณ์ทั่วโลก โรคระบาดแห่งความเหงา (Loneliness Epidemic)

ในตะวันตก เช่น อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ปัญหานี้ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ


ที่อังกฤษ ถึงขั้นจัดตั้ง "กระทรวงความเหงา" (Ministry for Loneliness) เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตและความโดดเดี่ยวในผู้สูงอายุ


ความเหงาทำให้สุขภาพทรุดโทรมเร็วขึ้น เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขมหาศาล ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ 


ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่า "ความเหงา" อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ไม่แพ้โรคทางกายเลยค่ะ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง