พาณิชย์ ดันงานคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก คาดเงินสะพัด150ล้านบาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกล่าวเปิดงานว่า งานดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือ ผู้ประกอบการชุมชน และผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์จากทั่วประเทศ ให้ได้นำผลงานที่ภาคภูมิใจมานำเสนอสู่สาธารณชน สะท้อนพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการฐานราก ช่างฝีมือ และธุรกิจชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ผู้ผลิตไทย โดยภายในงานปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 380 รายจากทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มช่างหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่นำเสนอผลงานและคอลเลกชันสร้างสรรค์ร่วมสมัย
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง SACIT กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยมุ่งช่วยปกป้องคุณค่าของงานฝีมือไทย ทั้งของช่างฝีมือดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ประกอบการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า งาน Crafts Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ SACIT จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนบทบาทการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก ผ่านการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับฝีมือช่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี
ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวคราฟต์คอลเลกชันพิเศษในรูปแบบ “ของขวัญแห่งชาติ” (National Gift) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์องค์กรและผู้ที่มองหาของที่ระลึกระดับมาสเตอร์พีซ พื้นที่เรียนรู้และต่อยอดคุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ คราม ฮ่อม หวาย กก กระจูด เตยปาหนัน และสีย้อมธรรมชาติ การจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ เช่น Pigment Tokyo ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผลงานจากตุรกี โคลอมเบีย และมาเลเซีย ตลอดจนผลงานวิจัยที่ SACIT ให้ทุนสนับสนุน อาทิ งานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ นวัตกรรมเครื่องปั่นฝ้ายเพื่อสุขภาพ และการฟื้นฟูคุณค่าเส้นใยไหม พร้อมติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล ตลอดของการจัดงานคาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
