ค่ายจีน "BYD-Geely" เปิดศึก! ชิงฐานผลิตเม็กซิโก

มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อภาคยานยนต์โลก อย่างที่ เม็กซิโก ซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญมานานหลายสิบปี ของค่ายรถจาก สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เพื่อส่งออกไปอเมริกา แต่เมื่อภาษีสูงขึ้น ทำให้การส่งออกซบเซา แต่กำลังเปิดทางให้ ค่ายรถยนต์จีน มีโอกาสช่วงชิงฐานที่มั่นดังกล่าว ล่าสุด BYD และ Geely กำลังเป็นคู่แข่งขันที่จะเข้าไปลงทุนซื้อ โรงงานที่เดิมเป็นของ Nissan และ Mercedes นั่นอาจทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในเม็กซิโกเปลี่ยนโฉมหน้าไป
ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน 2 รายคือ BYD และ Geely เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขันเพื่อซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ของ Nissan และ Mercedes-Benz ในประเทศ เม็กซิโก สะท้อนความพยายามของจีนในการสร้างฐานผลิตในเม็กซิโก ประเทศที่กำลังเผชิญกับการปิดโรงงาน และการเลิกจ้าง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตามนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
รอยเตอร์ส รายงานว่า ความสนใจของผู้ผลิตรถยนต์จีน ซึ่งไม่เคยระแคะระคายกันมาก่อน ในครั้งนี้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเม็กซิโก ที่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ถูกครอบงำโดยผู้ผลิตจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น และส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ความสนใจของ BYD และ Geely ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างจริงจัง หลังจากยอดขายรถยนต์ในประเทศจีนเริ่มชะลอตัว เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง และภาครัฐลดการอุดหนุนสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์เม็กซิโก พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงมาก โดยในปี 2024 ลูกค้าชาวอเมริกัน ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ผลิตในเม็กซิโก เป็นจำนวน 2.8 ล้านคัน จากรถที่ผลิตทั้งหมด 4 ล้านคัน แต่ภาคยานยนต์เริ่มประสบปัญหา ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เมื่อ ประธานาธิบดี ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 25 สำหรับรถที่ผลิตจากเม็กซิโก
ทำให้การส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ ลดลงเกือบร้อยละ 3 ในปี 2025 ที่ผ่านมา หลังจากเติบโตต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี และยังส่งผลกะทบต่อแรงงานในภาคยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ต้องสูญเสียตำแหน่งงานมากถึง 60,000 คนในปีที่ผ่านมา อีกด้วย โดยหากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังมีผลบังคับใช้ต่อไป คาดว่าการส่งออกไปสหรัฐฯ จะลดลงมากขึ้นอีก
โดยผลกระทบจากภาษีนำเข้า ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ เม็กซิโก ระบุว่า ปัจจุบันการส่งออกรถยนต์จากยุโรปหรือเอเชียไปสหรัฐฯ ยังมีต้นทุนที่ถูกกว่าการส่งจากเม็กซิโก ด้วยซ้ำ
สำหรับโรงงาน Nissan และ Mercedes ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐ Aguascalientes ทางตอนกลางของเม็กซิโกกำลังปิดตัว แม้จะเกิดจากหลายปัจจัย แต่ประเด็นเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้โรงงานดังกล่าวต้องยุติการดำเนินงาน
โดย Mercedes ซึ่งผลิตรถรุ่น GLB ที่โรงงานดังกล่าว กำลังย้ายการผลิตไปไปยังประเทศฮังการี เพื่อส่งออกรถไปสหรัฐฯ แทน เนื่องด้วยอัตราภาษีที่ต่ำกว่า ขณะที่ Nissan ยุติการผลิตรถ Infiniti รุ่น QX50 และ QX55 ที่มียอดขายต่ำ และภายใต้แผนการปรับโครงสร้างทั่วโลกของ Nissan เอง ก็กำลังปิดโรงงานอีกแห่งใกล้กรุงเม็กซิโกซิตี้ อีกด้วย
นอกจากนี้ ความพยายามในการขยายการผลิตในเม็กซิโก ของทั้ง BYD และ Geely ยังสะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนทั่วโลก
โดยยอดขายรถยนต์ BYD เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่านับตั้งแต่ปี 2020 ส่วน Geely มียอดขายเพิ่มขึ้นสองเท่า โดยทั้งสองบริษัทขายรถได้มากกว่า 4 ล้านคันในปีที่ผ่านมา ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายของ ฟอร์ด มอเตอร์
ขณะที่ เม็กซิโก ถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์จีน ตามข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา AutoForecast Solutions พบว่า ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีน (โดยรวม) เพิ่มจาก ศูนย์ ในปี 2020 เป็นร้อยละ 10 ในปีที่ผ่านมา โดยยอดขายรถยนต์ในเม็กซิโกอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านคันต่อปี
BYD เข้าสู่ตลาดเม็กซิโก อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2023 และ Geely ตามมาในเดือนพฤศจิกายน ของปีเดียวกัน เฉพาะ BYD มีความคืบหน้าอย่างมากในตลาดนี้ แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะคิดเป็นเพียงประมาณร้อยละ 9 ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด แต่ BYD ครองส่วนแบ่งถึงร้อยละ 70 ของยอดขาย EV ใหม่ในตลาดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เม็กซิโกต้องเผชิญกับความท้าทายในการตัดสินใจในเรื่องนี้ แม้ว่า ภาษีนำเข้าของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอย่างหนัก และแม้ว่าการลงทุนจากจีนจะช่วยสร้างงานได้จำนวนมาก แต่รัฐบาลกำลังกังวลว่า การผลิตของผู้ผลิตจีนในประเทศ จะสร้างความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นให้กับสหรัฐฯ และอาจกระทบกับการเจรจาข้อตกลงการค้าทวีปอเมริกาเหนือในปีนี้
แม้รัฐบาลเม็กซิโก ไม่สามารถขัดขวางการขายโรงงานได้โดยตรง แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงเศรษฐกิจได้ขอให้หน่วยงานระดับรัฐ ชะลอการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์จีนไว้ก่อน จนกว่าการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ จะเสร็จสิ้น
โดยสหรัฐฯ ยังคงระมัดระวังต่อการเปิดทางให้รถยนต์จีนเข้าสู่ตลาด และปัจจุบันมีการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสูงถึง 100% เป็นการปิดกั้นการจำหน่ายรถ อีวีจีนในตลาดสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง และที่ผ่านมา ทรัมป์ ก็กล่าวหาเม็กซิโก ว่าเป็น ช่องทางลัด ให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ อีกด้วย
ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว เม็กซิโก ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าจีนเป็นร้อยละ 50 ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามเอาใจสหรัฐฯ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาษีดังกล่าวกลับกระตุ้นให้ผู้ผลิตจีนหันมาตั้งฐานการผลิตในประเทศแทนมากขึ้น
เช่น บริษัท Shanghai Yongmaotai Automotive Technology กำลังก่อสร้างโรงงานชิ้นส่วนรถยนต์แห่งใหม่ในเมือง Ramos Arizpe ซึ่งจะจ้างแรงงานกว่า 600 คน
แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ General Motors ที่อยู่ในเมืองเดียวกัน กำลังปลดพนักงานจำนวน 1,900 คน โดย GM ระบุถึงสาเหตุการปลดคนในครั้งนั้นว่า มาจากความต้องการในตลาดสหรัฐฯ อ่อนแอลง หลังรัฐบาลทรัมป์ยกเลิกเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
