ฝรั่งเศส - เยอรมนี แตกคอ ปิดฉากโครงการทำเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 6 (FCAS) ร่วมกันแล้ว

ฝรั่งเศสและเยอรมนีประกาศยุติโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่แห่งอนาคต FCAS (Future Combat Air System) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ Dassault Aviation ผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ Rafale จากฝรั่งเศส กับ Airbus Defence and Space บริษัทร่วมทุนของเยอรมนีกับสเปน ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันในการเดินหน้าโครงการจากต่อไปได้ ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ต่อความพยายามด้านการป้องกันประเทศร่วมกันของยุโรป
เบื้องหลังทางตัน FCAS ของฝรั่งเศสและเยอรมนี
ตามรายงานของสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน (The Guardian) ระบุว่า โครงการร่วมทุนมูลค่า 100,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 3.8 ล้านล้านบาท ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจนไม่สามารถไปต่อได้เนื่องจากความขัดแย้งใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ปัญหาเรื่องสิทธิบัตรทางการค้า และยุทธศาสตร์ของกองทัพ
ในด้านหนึ่ง บริษัท Dassault Aviation ของฝรั่งเศส ยืนกรานที่จะเป็นพันธมิตรหลักรายเดียวเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง และปฏิเสธระบบการบริหารร่วม (Co-managed) ขณะที่ Airbus พยายามผลักดันความเป็นพันธมิตรที่เท่าเทียมและต้องการให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งสำคัญ
และอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีมีความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ทางการทหารที่ไม่เหมือนกัน โดยฝรั่งเศสต้องการเครื่องบินรบยุโรปโมเดลเดี่ยวที่สามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์และลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้ ในขณะที่เยอรมนีปฏิเสธความจำเป็นดังกล่าว พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า การพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 6 แบบมีคนขับ (Crewed fighter jet) ยังคงมีความสมเหตุสมผลสำหรับกองทัพอากาศของตนอยู่หรือไม่
รายละเอียดทางเทคนิคของโครงการ FCAS
โครงการ FCAS ถูกริเริ่มขึ้นในปี 2017 มีเป้าหมายเพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ทั้งราฟาล (Rafale) ของฝรั่งเศส และยูโรไฟเตอร์ (Eurofighter) ของเยอรมนีและสเปนภายในปี 2040
FCAS ถูกออกแบบให้เป็น "ระบบของการรบแบบเครือข่าย" (System of Systems) ที่มีระบบอาวุธยุคถัดไป (Next Generation Weapon System - NGWS) เป็นแกนกลาง โดยมีขีดความสามารถที่วางแผนไว้ ดังนี้
New Generation Fighter (NGF)
เครื่องบินขับไล่เจเนอเรชันที่ 6 สมรรถนะสูงแบบมีคนขับ (Piloted) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบอาวุธ
โดรนสนับสนุนภารกิจ (Uncrewed Remote Carriers)
ฝูงโดรนไร้คนขับที่มีระบบอัตโนมัติสูง (Autonomy) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ โดรนเหล่านี้สามารถปล่อยออกมาจากเครื่องบินลำเลียง เช่น A400M เพื่อทำหน้าที่เป็นทั้งเซนเซอร์, ตัวสร้างผลกระทบ (Effectors) และโหนดสั่งการและควบคุม (C2 nodes) ในการรบร่วมกันระหว่างเครื่องบินและโดรน (Manned-unmanned teaming)
ระบบการรบบนคลาวด์ (Combat Cloud)
โครงข่ายข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง เชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์มในอวกาศ อากาศ ภาคพื้นดิน ทะเล และไซเบอร์สเปซเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ ผ่านกลุ่มดาวเทียม (Satellite constellations) เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลความเร็วสูง และนำทางภูมิศาสตร์ได้อย่างปลอดภัย
การบูรณาการเทคโนโลยีระดับภูมิภาค
ระบบจะขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI), ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data), มาตรกลางในการเข้ารหัสลับ (Cryptography), ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร (Human-machine interaction) และสถาปัตยกรรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพรางตัวขั้นสูง (Enhanced low observability)
โครงการ FCAS อาจยังมีเยื่อใย ?
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการพัฒนาตัวเครื่องบินขับไล่หลักจะสรุปเป็นแนวทางในการแยกพัฒนาโดยอิสระ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเยอรมนีและแหล่งข่าวในยุโรปเปิดเผยกับ The Guardian ว่า โครงการในส่วนของ "โดรน" และ "Combat Cloud" จะยังคงได้รับการพัฒนาต่อในฐานะ "ระบบของยุโรป" โดยเปรียบเสมือนการสร้าง "ระบบประสาท" ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครื่องบิน โดรน และส่วนประกอบทางทหารอื่น ๆ เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
