ศบค.เผยมีคนไทยรอกลับบ้านอีกว่าหมื่นราย เร่งหาพื้นที่กักตัว 14 วัน

ศบค.เผยมีคนไทยรอกลับบ้านอีกว่าหมื่นราย เร่งหาพื้นที่กักตัว 14 วัน
มติชน
12 เมษายน 2563 ( 13:18 )
53

ศบค.เผย โควิด-19 ทั่วโลกตาย 1 แสน เผยมีคนไทยรอกลับประเทศกว่าหมื่นราย! เร่งเตรียมพื้นที่กักกันโรค

โควิด-19 เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ว่า สถานการณ์ทั่วโลก 208 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 47 และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อทั่วโลกสะสมรวม 1,780,314 ราย อาการหนัก 50,592 ราย รักษาหายแล้ว 404,031 ราย เสียชีวิต 108,827 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุดจำนวน 532,879 ราย เสียชีวิต 20,577 ราย 2.สเปน 163,027 ราย เสียชีวิต 16,606 ราย 3.อิตาลี 152,271 ราย เสียชีวิต 19,468 ราย 4.ฝรั่งเศส 129,654 ราย เสียชีวิต 13,832 ราย 5.เยอรมนี 125,452 ราย เสียชีวิต 2,871 ราย 6.จีน 82,052 ราย เสียชีวิต 3,339 ราย 7.อังกฤษ 78,991 ราย เสียชีวิต 9,875 ราย 8.อิหร่าน 70,029 รายเสียชีวิต 4,357 ราย 9.ตุรกี 52,167 ราย เสียชีวิต 1,101 ราย และ 10.เบลเยียม 28,018 รายเสียชีวิต 3,346 ราย

“ต่างประเทศในขณะนี้มีการใช้สถานที่ในการเก็บศพ ด้วยการขุดพื้นที่ว่างและนำศพไปวางเรียงกันซึ่งเป็นภาพที่หดหู่ใจอย่างยิ่ง และเมืองนิวยอร์กที่เป็นเมืองเจริญอย่างมาก มีผู้คนไปท่องเที่ยวมาก กลายเป็นเมืองที่มีการป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นบทเรียนที่จะได้เรียนรู้กันทั้งโลก การเสียชีวิตในหลักหมื่น เรานึกภาพกันไม่ออกว่ายังมีผู้ที่อยู่ในการรักษาดูแลในโรงพยาบาลจะมีความโกลาหลกันอย่างไร เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับที่ใดเลย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จำนวน 2,551 ราย พบใน 68 จังหวัด กรมควบคุมโรคได้ จัดอันดับจังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมสูงสุด 10 ลำดับแรกของประเทศไทย ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,294 ราย  2.ภูเก็ต 176 ราย 3.นนทบุรี 148 ราย 4.สมุทรปราการ 106 ราย  5.ยะลา 82 ราย 6.ปัตตานี 77 ราย 7.ชลบุรี 76 ราย 8.สงขลา 56 ราย 9.เชียงใหม่ 40 ราย 10.ปทุมธานี 33 ราย  และ อยู่ในระหว่างสอบสวนโรค 72 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีทั้งหมด 9 จังหวัด จากเดิมมี 15, 13, 10 จังหวัดตามลำดับ ได้แก่ 1.กำแพงเพชร 2.ชัยนาท 3.ตราด 4.น่าน 5.บึงกาฬ 6.พิจิตร 7.ระนอง 8.สิงห์บุรี และ 9.อ่างทอง

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อัตราการป่วยต่อประชากรแสนคน จำแนกตามจังหวัดที่รับรักษา ในจำนวน 2,518 คน 68 จังหวัด สามารถจำแนกได้ดังนี้ 1.ภูเก็ต อัตราส่วน 42.57 (คนต่อแสนประชากร) 2.กทม. อัตราส่วน 22.82 3.ยะลา อัตราส่วน 15.35 4.นนทบุรี อัตราส่วน 11.78 5.ปัตตานี อัตราส่วน 10.67 6.สมุทรปราการ อัตราส่วน 7.94 7.ชลบุรี อัตราส่วน 4.91 8.สตูล (รวมผู้เดินทางกลับจากอินโดนีเซีย) อัตราส่วน 4.65 9.สงขลา อัตราส่วน 3.90 และ 10.นราธิวาส อัตราส่วน 3.48

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เปรียบเทียบพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และต่างจังหวัด พบว่าจำนวนผู้ป่วยในต่างจังหวัดยังคงสูงกว่า ซึ่งในจำนวนนี้ได้รวมกลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศและทำการกักกันในพื้นที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ (State quarantine) เป็นผู้เดินทางกลับจากอินโดนีเซีย 49 รายและสหรัฐ 1 ราย ซึ่งได้กระจายอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ เมื่อวันที่ 8 เมษายน จำนวน 42 ราย ทั้งหมดกลับจากอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 เมษายน จำนวน 6 ราย กลับจากอินโดนีเซีย 5 ราย และสหรัฐา 1 ราย เมื่อวันที่ 12 เมษายน จำนวน 2 ราย กลับจากอินโดนีเซีย

“ภูเก็ตยังคงเป็นอันดับ 1 และในจังหวัดที่จะต้องรองรับผู้ป่วยในการ กักกันในพื้นที่รัฐบาลจัดไว้ให้ ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งจะบอกว่าเป็นผลงานของจังหวัดก็ไม่ใช่ เพราะว่าเป็นผู้เดินทางที่ต้องรับมาดูแลในการ กักกันโรค” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเชิงสถิติเท่านั้น ไม่ได้นำมาเพื่อแบ่งแยกกีดกัน แต่นำมาเพื่อป้องกันรักษา นำเสนอชุดตัวเลขเหล่านี้มาเพื่อให้คนในพื้นที่ระมัดระวังตัวกันและไม่เพิ่มตัวเลขมากขึ้น ยังมีคนไทยที่ยังรอการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศอีกจำนวนกว่าหมื่นคน เราจึงจะต้องทำความเข้าใจและจัดสถานที่ในการกักกันโรคให้มากขึ้น และจะต้องดูแลพวกเขาอย่างไรขึ้นอยู่กับพวกเราด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง