รีเซต

เมื่อเศรษฐีน้ำมันเลิกขุดเจาะ “ทราย” แต่หันมาขุด “Data”

เมื่อเศรษฐีน้ำมันเลิกขุดเจาะ “ทราย” แต่หันมาขุด “Data”
ทันหุ้น
16 มีนาคม 2569 ( 20:20 )

 Dispatch from Bahrain

#ทันหุ้น-สวัสดีครับท่านผู้อ่าน "ทันหุ้น" ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ผมกำลังนั่งมองเส้นขอบฟ้าของอ่าวเปอร์เซีย จากประเทศบาร์เรน (Bahrain) ครับ หลายคนอาจติดภาพจำว่าตะวันออกกลางคือดินแดนแห่งทะเลทราย อูฐ และบ่อน้ำมัน แต่จากการที่ผมได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง และได้พูดคุยกับระดับ Policy Maker ที่นี่ ผมกล้าพูดเลยว่า "ภาพจำเหล่านั้นกำลังจะตายไปครับ" สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่ คือการเคลื่อนย้ายเงินทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (The Great Capital Shift) จาก "Black Gold" (น้ำมันดิบ) สู่ "Digital Gold" (AI & Data)

Pain Point: ตกขบวนเพราะ "อคติ" เดิมๆ

นักลงทุนไทยและเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ มักมองข้ามตะวันออกกลาง หรือมองเป็นแค่ตลาดแรงงานและตลาดก่อสร้าง เรามัวแต่ไปโฟกัสที่สหรัฐหรือจีน จนลืมไปว่า "เจ้ามือ" ตัวจริงที่มีเงินสด (Cash King) มากที่สุดในโลกตอนนี้ คือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) ของกลุ่มประเทศ GCC (ซาอุฯ, ยูเออี, กาตาร์, บาร์เรน)

ถ้าท่านไม่รู้ว่ากองทุนเหล่านี้กำลังเอาเงินไปลงที่ไหน ท่านกำลังพลาด "ลายแทงขุมทรัพย์" ที่ใหญ่ที่สุดครับ

Insight from the Desert: "Data is the New Oil" ไม่ใช่คำคม แต่คือนโยบาย

สิ่งที่ผมเห็นกับตาที่บาร์เรน และประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่แท่นขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่คือ Data Center ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดครับ ทำไม? เพราะพวกเขารู้ดีว่าน้ำมันมีวันหมด แต่ "ข้อมูล" (Data) และ "พลังงานสะอาด" (Green Energy) คืออนาคตที่ยั่งยืน

AWS (Amazon Web Services) เลือกบาร์เรนเป็น Region แรกในตะวันออกกลาง

Saudi Arabia ทุ่มงบแสนล้านดอลลาร์ สร้างเมือง AI และ Green Hydrogen

UAE มีรัฐมนตรีด้าน AI คนแรกของโลก และสร้างโมเดลภาษาอาหรับ (LLM) ของตัวเอง

นี่คือสัญญาณชัดเจนครับว่า "เงินน้ำมัน" (Petrodollar) กำลังถูกเปลี่ยนสถานะเป็น "เงินเทคโนโลยี" (Techno-Capital)

Experience: เมื่อ "Green" คือใบเบิกทางของทุนอาหรับ

ในการมาดูงานครั้งนี้ ผมได้พบกับ Key Person หลายท่าน สิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับเจ้าของธุรกิจไทยคือ "เงื่อนไขการลงทุน" ครับ กองทุนจากตะวันออกกลางกำลังมองหา Partner ในเอเชียเยอะมาก แต่เขามีโจทย์ข้อใหญ่คือ "Green & Sustainable"

เขาไม่ได้ต้องการแค่กำไร (เพราะเขารวยอยู่แล้ว) แต่เขาต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประเทศเขาบรรลุเป้าหมาย Net Zero ถ้าธุรกิจของท่านมีโซลูชันด้าน AgriTech (ปลูกพืชในทะเลทราย), Clean Energy, หรือ Carbon Credit ประตูห้องประชุมของเศรษฐีน้ำมัน จะเปิดต้อนรับท่านทันที นี่คือโอกาสที่คนไทยยังมีคู่แข่งน้อยมากครับ

Solution: Follow the Smart Money (ตามรอยเงินใหญ่)

สำหรับนักลงทุนรายย่อย เราอาจจะบินมาดีลเองไม่ได้ แต่เราใช้ I Wealth Strategy ได้ครับ:

Monitor SWF: ใช้ AI จับตาดูว่ากองทุนอย่าง PIF (ซาอุ) หรือ Mubadala (UAE) เข้าซื้อหุ้นตัวไหนในตลาดโลก (ล่าสุดเขาไล่เก็บหุ้น Gaming และ AI Tech ในสหรัฐ)

ETF Strategy: ลงทุนใน ETF ที่โฟกัสตลาดเกิดใหม่ในตะวันออกกลาง (Emerging Middle East) ที่เน้น Tech & Finance ไม่ใช่ Energy

Crypto connection: บาร์เรนและดูไบ คือฮับของ Crypto & Blockchain โลก ใครที่สนใจ Web3 ต้องจับตาดูนโยบายที่นี่ให้ดี กฎหมายเขาเอื้อกว่าบ้านเราและสหรัฐ มาก

บทสรุป: โลกเปลี่ยน ขั้วอำนาจเปลี่ยน

การมาบาร์เรนครั้งนี้ ย้ำเตือนผมว่า "อย่าขังตัวเองอยู่ในกะลา" ครับ โลกการลงทุนกว้างใหญ่กว่า SET Index มาก และโอกาสที่ใหญ่ที่สุด มักจะอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

ในหลักสูตร Green Tech Leadership ที่กำลังจะถึงนี้ ผมจะนำ Case Study ลึกๆ จากทริปนี้ไปแชร์ด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่อง "วิธีดึงดูดเงินลงทุนสีเขียวจากตะวันออกกลาง" ใครที่อยากรู้ว่าทำไมบริษัท Tech ไทย ถึงควรมาโรดโชว์ที่ริยาดหรือมานามา ห้ามพลาดครับ!

 หมายเหตุ : บทความนี้ได้ส่งมาล่วงหน้า ขณะที่เขียน ผู้เขียนอยู่บาเรนห์ อย่างไรก็ดีท่ามกลางปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง ขอเป็นกำลังใจ และเชื่อว่าหลังจากปฏิบัติการเสร็จสิ้น ทุกอย่างจะสงบสุข และตะวันออกกลางก็จะเป็นโอกาสที่น่าลงทุนอยู่ครับ

ดร. ศุภชัย สุขะนินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน

AI & Technology Investment เขียนจาก Manama, Bahrain

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง