ทรัมป์เร่งเกม AI ! ซีอีโอ Gecko Robotics ชี้ "ข้อมูลมหาศาล-พลังงานพร้อม" คือชนะ

ซีอีโอของบริษัทหุ่นยนต์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา เผยความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ กับการพลิกโฉมนวัตกรรมของโลก โดยคาดว่าในอนาคต หุ่นยนต์ AI จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในทุกอุตสาหกรรม และเป็นสิ่งที่อเมริกากำลังให้ความสำคัญ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ AI โลก
การวิเคราะห์จากปาก CEO บริษัทหุ่นยนต์
เจค ลูซาราเรียน (Jake Loosararian) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท เกคโค โรบอติกส์ (Gecko Robotics) บริษัทหุ่นยนต์ที่ให้บริการด้านการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน และเขายังได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน วินนิง ดิ เอไอ เรซ (Winning the AI Race) ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่นโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ผลงานที่น่าสนใจของบริษัท
โดยบริษัทได้นำเสนอผลงานหุ่นยนต์ที่อ้างว่าสามารถ “ปีนป่าย คลาน ว่ายน้ำ และบิน” เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยความช่วยเหลือของปัญญาประดิษฐ์ โดยมีผลงานเช่น บริการตรวจสอบเรือบรรทุกเครื่องบิน และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
มุมมองต่อการแข่งขันด้าน AI ของทรัมป์
เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังเร่งผลักดันให้สหรัฐอเมริกา กลายเป็นผู้ชนะในการแข่งขันด้าน AI ของโลก ซึ่งเขามองว่าประเทศที่ตระหนัก และสามารถรวบรวมข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หากว่ามีพลังงานที่พร้อม
ข้อมูลพร้อมพลังงาน คือสะพานสู่ความสำเร็จ
ความเห็นนี้หมายถึง ประเทศใดก็ตาม ที่สามารถสร้างระบบหรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เก็บข้อมูลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกได้อย่างมหาศาลและมีประสิทธิภาพ เช่น ข้อมูลจากเซ็นเซอร์, ภาพถ่าย, วิดีโอ, หรือข้อมูลจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์และเครื่องจักร ก็จะยิ่งส่งผลดีกับ AI เพราะยิ่ง AI มีข้อมูลมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งเรียนรู้ได้ดีขึ้น แม่นยำขึ้น และฉลาดขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น ประเทศไหนที่มีข้อมูลเยอะและดีกว่า ก็จะพัฒนา AI ได้ก้าวหน้ากว่า อย่างไรก็ตาม ต้องมองถึงปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประมวลผลข้อมูลและใช้งาน AI นั่นก็คือเรื่อง “พลังงาน” เพราะการรวบรวม วิเคราะห์ และใช้งาน AI จำนวนมาก ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ดังนั้น หากมีพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ แม้จะเก็บข้อมูลได้มาก ก็อาจไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
หุ่นยนต์อาจเป็นตัวเก็บข้อมูลสำคัญ
ทั้งนี้ซีอีโอมองว่าผลงานของบริษัท เป็นตัวช่วยเก็บข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะเป็นการใช้หุ่นยนต์ที่สามารถขึ้นสู่พื้นผิวต่าง ๆ ด้วยความเร็ว เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วแปลงให้เป็นข้อมูลดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานภาคพื้นดิน ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ตัวอย่างผลงานหุ่นยนต์ของบริษัท
ตัวอย่างผลงานของบริษัทก่อนหน้านี้ เช่น “หุ่นยนต์แมงมุม” ที่ใช้ปีนกำแพงแนวตั้งได้ โดยนำไปช่วยกระบวนการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เรือของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ตัวหุ่นยนต์จะใช้กระบวนการ Rapid Ultrasonic Gridding - RUG หรือกระบวนการตรวจสอบด้วยการสร้างตารางภาพของวัตถุเพื่อตรวจสอบการกัดกร่อนและความเสียหายเชิงกล
โดยขั้นตอนตรวจสอบ หุ่นยนต์สามารถสแกนพื้นผิวของวัตถุอย่างรวดเร็วถึง 176 ครั้งต่อพื้นที่ 1 ฟุต ขณะที่การเดินเครื่องตรวจสอบด้วยกำลังสูงสุดจะตรวจสอบพื้นผิวได้ถึง 60 ฟุตต่อนาที ช่วยลดเวลาการซ่อมบำรุงเรือของกองทัพ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบในเชิงข้อมูล และช่วยลดเวลาการตรวจสอบประสิทธิภาพของเรือจาก 11 วัน ให้เหลือเพียงวันเดียวเท่านั้น
และล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศระดมทุน Series D ได้ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,000 ล้านบาท และกำลังพิจารณาการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) แต่ยังไม่ใช่ภายในสี่หรือห้าปีนี้
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความเคลื่อนไหวของบริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่ออกมาคาดการณ์ถึงกระแสการพัฒนา AI โดยชี้ให้เห็นว่าการรวบรวมข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ อาจเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการแข่งขัน AI ของโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ผลักดันให้อเมริกาก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน AI เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และอนาคตของมวลมนุษยชาติไปพร้อมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
