รีเซต

บังกลาเทศส่ง “AI คุมจราจร” จัดระเบียบเมืองรถติด พลิกโฉมการจราจรหนาแน่น

บังกลาเทศส่ง “AI คุมจราจร”  จัดระเบียบเมืองรถติด พลิกโฉมการจราจรหนาแน่น
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 12:41 )

กรุงธากา (Dhaka) เมืองหลวงของบังกลาเทศ ที่ได้ชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และขึ้นชื่อเรื่องปัญหารถติดอย่างหนัก ได้เริ่มนำระบบบังคับใช้กฎจราจรด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อจัดระเบียบท้องถนนที่เคยโกลาหลที่สุดในโลก ให้ระบายการจราจรได้คล่องขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ ผลการศึกษาจากสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ (NBER) ได้จัดให้กรุงธากา เป็นเมืองที่รถเคลื่อนตัวได้ช้าที่สุดในโลก โดยธนาคารโลกและมหาวิทยาลัยวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งบังกลาเทศระบุว่า ความเร็วเฉลี่ยของรถที่นี่ อยู่ที่เพียง 4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าหากเลือกเดินเท้าแล้ว อาจจะถึงที่หมายได้เร็วกว่า 

ทั้งนี้ทางการของบังกลาเทศ เคยมีความพยายามในการปรับปรุงระบบจัดการจราจรให้ทันสมัย แต่ด้วยความหนาแน่นของมหานครที่มีประชากรกว่า 22 ล้านคนแห่งนี้ ทำให้ยังมีอุปสรรคอยู่มาก 

ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์บนท้องถนน ทั้งรถบัส รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และที่พบมากคือ “สามล้อปั่น” ที่เบียดเสียดแย่งชิงพื้นที่กันอย่างวุ่นวาย แม้จะมีสัญญาณไฟ ทางม้าลาย หรือแม้กระทั่งตำรวจจราจร คอยดูแลอยู่ก็ตาม โดยบางครั้งยังต้องพึ่งพาการควบคุมด้วยมือ (Manual) ถึงขนาดที่ตำรวจ เคยต้องใช้เชือกขึงกั้นถนน ก่อนที่สัญญาณไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว 

แต่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางตำรวจของกรุงธากา ได้เริ่มระบบเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดบนท้องถนน เข้ากับซอฟต์แวร์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกระทำผิดกฎจราจรโดยอัตโนมัติ ทำให้ปัญหานี้คลี่คลายขึ้น

โดยสำนักข่าว AFP รายงานความเห็นของตำรวจในท้องถิ่นว่า ปกติแล้วหากต้องแจกใบสั่ง ก็มักจบลงด้วยการโต้เถียงและการเผชิญหน้า และบ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชน เพราะคนขับปฏิเสธที่จะหยุดรถตามคำสั่ง 

ทว่าเมื่อมีการติดตั้ง AI คนขับรถก็เริ่มเคารพกฎหมายมากขึ้น รวมถึงยังสามารถเก็บหลักฐานคนที่ทำผิดกฎบนท้องถนนได้อย่างเป็นระเบียบขึ้น และทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎหมาย ทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย

โฆษกตำรวจเปิดเผยว่า ระบบ AI นี้จะดึงข้อมูลจากกล้องตรวจการณ์เดิมที่มีอยู่แล้ว โดยซอฟต์แวร์จะระบุความผิดตั้งแต่การฝ่าสัญญาณไฟ การขับผิดเลน ไปจนถึงการจอดรถในที่ห้ามจอด แม้ตอนนี้จะยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง และต้องค่อย ๆ ปรับลดการใช้กำลังคนไปทีละขั้น แต่ตำรวจยืนยันว่ามันช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนขับได้จริง

โดยภายในห้องควบคุมหลัก จะมีหน้าจอที่สตรีมภาพสดจากระบบ AI ซึ่งเมื่อระบบตรวจเจอการทำผิดกฎ และปักหมุดแจ้งเตือน ก็จะมีเจ้าหน้าที่มนุษย์ คอยตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อความแม่นยำ ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น โดยภายในวันเดียว ระบบสามารถบันทึกการทำผิดกฎจราจรได้เกือบ 800 ครั้ง 

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะล้ำหน้า แต่เจ้าหน้าที่ยอมรับว่ายังมีอุปสรรคสำคัญ เช่น ป้ายทะเบียนรถบางคันเบลอมาก หรือมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ระบบจะจำแนกได้ และระบบปัจจุบันยังเน้นไปที่ยานยนต์เป็นหลัก ทำให้ตำรวจยังต้องหาวิธีจัดการกับกองทัพรถสามล้อปั่น (Pedal Rickshaws) จำนวนมหาศาล ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ และตัวแปรสำคัญของวิกฤตจราจรที่นี่

โดยตอนนี้ตำรวจกำลังร่วมมือกับหน่วยงานขนส่งทางบกเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และเตรียมจะเพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับใหม่ ๆ เช่น การขับรถบนทางเท้าเพิ่มด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง