รีเซต

ปิดเว็บพนันทะลุ 9.4 แสน URL เปิดสถิติภัยออนไลน์ เสียหาย 252 ล้านในสัปดาห์เดียว

ปิดเว็บพนันทะลุ 9.4 แสน URL เปิดสถิติภัยออนไลน์ เสียหาย 252 ล้านในสัปดาห์เดียว
TNN ช่อง16
11 ตุลาคม 2569 ( 08:49 )
11

รัฐบาลลุยปราบเว็บพนันออนไลน์ ปีงบฯ 69 

รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการสกัดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บูรณาการข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนัน ควบคู่กับการเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ส่งผลให้การปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปิดกั้นเว็บพนันแล้วกว่า 9.4 แสน URL

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงกันยายน 2569 มีคำสั่งศาลให้ปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์แล้ว 835,207 รายการ แบ่งเป็นข้อมูลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงดีอี 749,546 รายการ และข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 85,661 รายการ

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อีก 109,868 รายการ ส่งผลให้ยอดปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์รวมทั้งสิ้น 945,075 รายการ สะท้อนถึงการยกระดับการทำงานเชิงรุกและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับแพลตฟอร์มดิจิทัล

เปิดสถิติคดีออนไลน์ รับแจ้งกว่า 5,000 คดีในสัปดาห์เดียว

ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ในช่วงวันที่ 27 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 มีคดีที่ประชาชนแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 5,279 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 252 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวันที่ 20–26 กันยายน 2569 พบว่าจำนวนคดีรับแจ้งลดลง 95 คดี ขณะที่มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 1 ล้านบาท แม้ตัวเลขจะปรับลดลง แต่จำนวนคดีและความเสียหายที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ประชาชนมีส่วนร่วม สกัดภัยออนไลน์ให้ทันสถานการณ์

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์และ URL ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนที่สามารถเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งข้อมูลและเบาะแส เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบและดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะนำข้อมูลที่ได้รับไปพัฒนาระบบเฝ้าระวัง พร้อมประสานงานกับแพลตฟอร์มดิจิทัลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

แม้การปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์จะดำเนินการได้ในระดับเกือบ 1 ล้าน URL แต่การรับมือภัยออนไลน์ยังต้องอาศัยทั้งมาตรการทางกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือจากประชาชนควบคู่กัน เพื่อจำกัดช่องทางการกระทำผิดและลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อในโลกดิจิทัล

เบื้องหลังหน้าจอ: เจาะโครงข่าย “เว็บพนันออนไลน์” กับภัยเงียบฟอกเงินและวงจรอันตราย

“กดเพียงคลิกเดียว สมัครฟรี ถอนได้จริง มีโบนัสแรกเข้า 100%” ข้อความโฆษณาชวนเชื่อที่ปรากฏแทบจะทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคลิปสั้นใน TikTok, โฆษณาคั่นในเว็บดูหนังออนไลน์ หรือกระทั่งการว่าจ้าง Influencer ยอดนิยมให้ช่วยปักหมุดลิงก์

จากกิจกรรมที่เคยแอบซ่อนอยู่ในเงามืด วันนี้ “เว็บพนันออนไลน์” ได้รุกคืบเข้ามาอยู่ในมือถือของคนไทยทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงวัยทำงาน 

1. กลโกงจิตวิทยา: ทำไม “ช่วงแรกถึงได้ แต่สุดท้ายหมดตัว”

หลายคนที่ก้าวเข้าสู่วงการพนันออนไลน์มักจะเริ่มต้นด้วยความคิดที่ว่า “เล่นขำๆ ลองดูไม่เสียหาย” แต่ระบบหลังบ้านของเว็บพนันถูกออกแบบมาด้วย จิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์และระบบอัลกอริทึม (Algorithm) เพื่อดักทางผู้เล่นโดยเฉพาะ

-แจก Reward เพื่อสร้างการเสพติด: ในช่วงแรก ระบบมักปรับอัตราการชนะ (Win Rate) ให้สูงขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สารโดปามีน (Dopamine) ในสมองของผู้เล่นทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกชนะ ชะล่าใจ และเริ่มลงเงินเพิ่มขึ้น

-กลไกปรับอัตราแพ้-ชนะหลังบ้าน: ผู้ให้บริการเว็บพนันสามารถปรับตั้งค่าค่า RTP (Return to Player) หรือปรับผลลัพธ์ผ่านระบบหลังบ้านได้ทุกเมื่อ เมื่อเห็นว่าผู้เล่นเริ่มวางเดิมพันด้วยเงินจำนวนมาก อัตราการได้จะถูกปรับลดลงทันที

-ระบบการถอนที่สร้างเงื่อนไข: เมื่อเล่นได้ยอดสูง มักจะเจอกับเงื่อนไข “ต้องทำยอดเทิร์นโอเวอร์ (Turnover)” หรือระบบอ้างว่า “กำลังปรับปรุง” เพื่อถ่วงเวลาให้ผู้เล่นนำเงินก้อนนั้นกลับไปแทงต่อจนหมด

การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ไม่ใช่เรื่องของตำรวจหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของสังคม ครอบครัว และตัวเราเอง ในการช่วยกันสอดส่อง ดูแลคนใกล้ชิด และหยุดยั้งการกระจายโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้ ก่อนที่ภัยเงียบหน้าจอจะทำลายชีวิตและอนาคตของคนในสังคมไปมากกว่านี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง