เช็กข้อกฎหมาย! ตร.ย้ำห้ามพก "กัญชา" ไปต่างประเทศ โทษหนักคุก 10 ปี-ประหารชีวิต

ลักลอบส่งออกกัญชาจากไทยไปต่างประเทศ
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย 3 คดีเกี่ยวกับการลักลอบส่งออกกัญชาจากไทยไปต่างประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีศุลกากรฮ่องกงตรวจยึดกัญชาแห้ง ประมาณ 23 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชาวจีน และชาวฮ่องกง ที่เดินทางมาจากประเทศไทย กรณี ปปส.อินโดนีเซีย (BNN)
ทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชา และติดตามตัวผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียและจีน โดยมีการตรวจยึดกัญชาคุณภาพสูงจากไทยได้รวม 3.37 ตัน และกรณีโปแลนด์ยึดกัญชา 1.2 ตัน ถูกซุกซ่อนในอิฐลูกรัง บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งส่งออกมาจากประเทศไทย และจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย นั้น
ห้ามพกพา-ลักลอบ-รับจ้างนำกัญชาออกนอกประเทศ
จากกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีการพกพา ลักลอบ หรือรับจ้างนำกัญชา ช่อดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ออกนอกราชอาณาจักรไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเน้นย้ำว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้กัญชาจะมีการปลดล็อกในบางส่วนสำหรับการใช้ทางการแพทย์ภายในประเทศไทย แต่การนำออกนอกประเทศยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และเป็นสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงในหลายประเทศปลายทาง ดังนั้น เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ (รวมค่าอากรแล้ว) หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. กฎหมายของประเทศปลายทาง (สากล): กัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ในหลายประเทศทั่วโลกและประเทศเพื่อนบ้าน การลักลอบนำเข้ามีโทษตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ซึ่งมีตั้งแต่การจำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงโทษประหารชีวิต
แนะนำวิธีป้องกันตนเอง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชน จึงขอเตือนสติ และแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ:
1. ห้ามรับฝากสิ่งของจากผู้อื่น: ห้ามรับฝากกระเป๋าเดินทางหรือสิ่งของจากบุคคลแปลกหน้า หรือแม้แต่คนรู้จัก เพื่อนำเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด หากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย จะต้องรับโทษในฐานะผู้ครอบครองและลักลอบทำผิดกฎหมาย
2. ตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด: ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของตนเองให้แน่ใจว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา (เช่น ยาดม, ชา, ขนม, หรือเครื่องสำอางบางชนิด) ปะปนอยู่ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
3. ห้ามรับส่งสิ่งของข้ามประเทศโดยเด็ดขาด: ห้ามประชาชนรับงานเป็น “คนหิ้ว” เพื่อขนส่งสิ่งของหรือสัมภาระใดๆ ไปยังต่างประเทศโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากไม่สามารถทราบแน่ชัดได้ว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระ หรือใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการขนส่งดังกล่าว
ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอาจพุ่งเป้า หลอกใช้ ข่มขู่ หรือแม้กระทั่งทำร้ายประชาชน เพื่อปกป้องเครือข่ายการกระทำความผิดของตน
ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือกลไกสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย ข้อผิดปกติ หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศ หรือมีการชักชวนจ้างวานผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสทางสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมดำเนินการตรวจสอบทุกเบาะแสอย่างจริงจัง และเก็บข้อมูลของผู้แจ้งไว้เป็นความลับสูงสุด เพื่อกวาดล้างขบวนการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายออกนอกประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
