บริษัทจีนในไทย กับห่วงโซ่อาหาร รู้จักงาน QC ที่ต้องซื่อสัตย์

เมื่อพูดถึงอาหารและเครื่องดื่ม ภาพที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมักเริ่มต้นที่ร้านอาหาร ครัว หรือชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เบื้องหลังสิ่งที่เข้าสู่ร่างกายเราในแต่ละวัน ยังมีอีกขั้นตอนหนึ่งที่แทบไม่มีใครมองเห็น นั่นคือ “ด่านแรกของห่วงโซ่อาหาร” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจทั้งระบบ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากบริษัทจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเกษตร อาหาร พลังงาน ไปจนถึงการผลิตสมัยใหม่ การลงทุนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่การสร้างงาน การส่งออก และการหมุนเวียนรายได้ในระบบอุตสาหกรรม
หนึ่งในบริษัทที่ทำงานอยู่ในห่วงโซ่อาหาร คือ COFCO Biochemical (Thailand) บริษัทด้านการเกษตรและอาหารที่ดำเนินงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่รวบรวมและแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ
งานที่ตัดสินใจแทนผู้บริโภค
ในโรงงาน วัตถุดิบถูกส่งเข้ามาเป็นล็อต รถบรรทุกเข้า-ออกอย่างต่อเนื่อง หน้าที่ของพนักงาน Quality Control หรือ QC คือการสุ่มตัวอย่าง ตรวจค่าความชื้น สิ่งปนเปื้อน และคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ก่อนจะตัดสินใจว่าวัตถุดิบชุดนั้นสามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตได้หรือไม่
การตัดสินใจนี้อาจดูเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในสายการผลิต แต่ในความเป็นจริง มันคือจุดตัดสินใจที่มีผลต่อทั้งระบบ หากพลาดเพียงครั้งเดียว อาจกระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก และสร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อาหารทั้งหมด
งาน QC จึงไม่ใช่แค่งานเทคนิค แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียด ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบสูง พนักงานต้องทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลา ปริมาณงาน และมาตรฐานที่ไม่สามารถประนีประนอมได้
ระบบที่เดินได้ เพราะคนจำนวนมากช่วยกันทำงาน
เบื้องหลังจุดตรวจสอบคุณภาพ ไม่ได้มีแค่ QC เพียงคนเดียว แต่เป็นทีมงานทั้งระบบ ตั้งแต่คนขับรถ โฟล์คลิฟต์ คนจัดการโกดัง ไปจนถึงฝ่ายความปลอดภัย ทุกตำแหน่งทำงานประสานกันเป็นทอดๆ เพื่อให้วัตถุดิบเคลื่อนผ่านแต่ละขั้นตอนได้อย่างปลอดภัย
ห่วงโซ่อาหารจึงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “จังหวะของคน” ที่ต้องทำงานให้สอดประสานกัน หากขาดใครไปคนหนึ่ง ระบบทั้งหมดอาจหยุดชะงักได้ทันที
รายได้ที่กลายเป็นชีวิต
เมื่อถึงช่วงพัก ภาพของพนักงานที่นั่งกินข้าวในโรงอาหารอาจดูธรรมดา แต่สำหรับหลายคน งานที่นี่คือรายได้หลักของครอบครัว เป็นเงินที่ใช้ดูแลพ่อแม่ ส่งลูกเรียน หรือวางแผนอนาคตของบ้านหนึ่งหลัง
รายได้จากงานหนึ่งงาน ไม่ได้จบอยู่แค่ในโรงงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงชุมชนรอบข้าง ตั้งแต่ร้านอาหาร ที่พักอาศัย ไปจนถึงเศรษฐกิจท้องถิ่นที่หมุนเวียนตามการจ้างงาน
นี่คืออีกด้านหนึ่งของการลงทุนจากต่างชาติ ที่มักไม่ถูกพูดถึงในตัวเลขมหภาค แต่สะท้อนผ่านชีวิตจริงของคนทำงาน
คำถามที่มากกว่าการสร้างงาน
ในปัจจุบัน บทบาทของบริษัทต่างชาติในประเทศไทยไม่ได้ถูกวัดแค่จำนวนเงินลงทุนหรือปริมาณการผลิตอีกต่อไป แต่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่า “ทิ้งอะไรไว้ให้กับประเทศเจ้าบ้าน” นอกจากงาน
ฐิติชญา เด็ดขุนทด ผู้จัดการแผนกประกันและควบคุมคุณภาพจาก COFCO Biochemical (Thailand) กล่าวว่า คำตอบอาจอยู่ที่การถ่ายทอดทักษะ มาตรฐานการทำงาน และการสร้างระบบที่ทำให้คนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ
ในกรณีของห่วงโซ่อาหาร การจัดการของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการอยู่ร่วมกับชุมชนรอบโรงงาน คือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ระบบสามารถเดินต่อได้อย่างยั่งยืน
เมื่อมองออกไปไกลกว่าหนึ่งโรงงาน
โมเดลการทำงานลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคอาหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนอยู่ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตั้งแต่การจัดการขยะ พลังงาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง
ทุกระบบล้วนมี “ด่านแรก” ที่คนทำงานอาจไม่ถูกมองเห็น แต่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงว่า เมืองจะเติบโตแค่ไหน แต่คือเมืองจะเติบโตอย่างไร
ให้คนทำงานอยู่ได้ ชุมชนไปต่อได้ และระบบเศรษฐกิจไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
