รีเซต

NOAA ประกาศเอลนีโญเริ่มแล้ว จ่อทวีความรุนแรงปลายปี อาจรุนแรงสุดในรอบศตวรรษ

NOAA ประกาศเอลนีโญเริ่มแล้ว จ่อทวีความรุนแรงปลายปี อาจรุนแรงสุดในรอบศตวรรษ
TNN ช่อง16
12 มิถุนายน 2569 ( 11:00 )
11

องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ประกาศเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ว่า ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) ได้ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี โดยนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าอาจพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรงมาก และอาจกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี พ.ศ. 2493


“เอลนีโญ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าค่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบลม ปริมาณฝน และสภาพอากาศในหลายภูมิภาคของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ


NOAA ระบุในรายงานล่าสุดว่า สภาวะเอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์ว่ามีโอกาสร้อยละ 63 ที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรงมากในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม


นักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลว่า เอลนีโญจะยิ่งซ้ำเติมภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก


แม้เอลนีโญแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์รุนแรงในอดีตมักก่อให้เกิดผลกระทบคล้ายคลึงกัน เช่น ภัยแล้งในบางส่วนของลุ่มน้ำแอมะซอน ภัยแล้งในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ความผิดปกติของฤดูมรสุมในอินเดีย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนในเขตร้อนทั่วโลก


โดยทั่วไป เอลนีโญจะเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี และมักมีระยะเวลาประมาณ 9-12 เดือน ทั้งนี้ ความรุนแรงของปรากฏการณ์มักสูงสุดในช่วงปลายปี ขณะที่ความร้อนที่สะสมอยู่ในมหาสมุทรจะค่อย ๆ ถูกถ่ายเทสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมักเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในปีถัดไป


ขณะเดียวกัน สำนักงานบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service) ของสหภาพยุโรป ระบุว่า นักพยากรณ์อากาศทั่วโลกมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เอลนีโญระดับรุนแรงอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้


นายคาร์โล บูออนเทมโป ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเอลนีโญระดับปานกลางถึงรุนแรง หรืออาจรุนแรงจนสร้างสถิติใหม่ได้


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผลกระทบจากเอลนีโญอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศ ผ่านการเกิดฝนทิ้งช่วง ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก


ก่อนหน้านี้ นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกมองการมาถึงของเอลนีโญเป็น “สัญญาณเตือนเร่งด่วนด้านสภาพภูมิอากาศ” พร้อมระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงให้กับภาวะโลกร้อน และเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เดินหน้าสู่พลังงานหมุนเวียน ปกป้องกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม


ดร.พอล ราวน์ดี ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก เมืองออลบานี ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 140 ปี ขณะที่ ดร.แอนดี เฮเซลตัน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไมอามี ระบุว่า แบบจำลองสภาพอากาศและข้อมูลการสังเกตการณ์ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า โลกกำลังมุ่งหน้าสู่เอลนีโญที่รุนแรงมาก พร้อมผลกระทบต่อภูมิอากาศโลกอย่างมีนัยสำคัญ


ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ปี พ.ศ. 2570 มีแนวโน้มเป็นอีกปีที่อุณหภูมิโลกอาจทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังจากเอลนีโญครั้งก่อนในช่วงปี พ.ศ. 2566-2567 ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 เหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุด และมีส่วนทำให้อุณหภูมิโลกในปี พ.ศ. 2567 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์


อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้บางพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้งอาจได้รับฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของเอลนีโญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำจะได้รับการแก้ไขในทันที เนื่องจากหลายลุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำที่แห้งขอดจากภาวะโลกร้อนสะสมมาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องได้รับปริมาณฝนจำนวนมากเป็นพิเศษจึงจะฟื้นตัวได้ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินตามมา


สำหรับประเทศไทย หากเอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น มีแนวโน้มที่จะเผชิญปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติในหลายพื้นที่ ความเสี่ยงภัยแล้งที่เพิ่มสูงขึ้น ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนสำคัญลดลง ผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดลดลง รวมถึงอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงกว่าปกติ ตลอดจนความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันที่รุนแรงขึ้น


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ยังขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของเอลนีโญ รวมถึงปัจจัยสภาพอากาศอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกันในแต่ละปีด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง