รีเซต

โลกยังเดือดไม่หยุด พ.ค.69 ร้อนเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก!

โลกยังเดือดไม่หยุด  พ.ค.69 ร้อนเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก!
TNN ช่อง16
11 มิถุนายน 2569 ( 11:40 )
2

อุณหภูมิโลกยังคงอยู่ในระดับสูงผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจากโครงการสังเกตการณ์โลกโคเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป ระบุว่า เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนพฤษภาคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลมา และมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.42 องศาเซลเซียส

รายงานระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม ยุโรปตะวันตกเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นวงกว้าง หลังจากก่อนหน้านั้นมีสภาพอากาศเย็นกว่าค่าเฉลี่ย โดยนักอุตุนิยมวิทยาระบุว่าเป็นหนึ่งในคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปีของภูมิภาคดังกล่าว

ผลการศึกษาจากโครงการ ClimaMeter ชี้ว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยสภาพอากาศที่เคยพบได้ยากและมักเกิดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กลับเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ผลิ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศที่ชัดเจนมากขึ้น

เดือนพฤษภาคมยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มความร้อนที่ต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่างติดอันดับ 5 เดือนที่ร้อนที่สุดของแต่ละเดือน ขณะที่เดือนมีนาคมเป็นมีนาคมที่ร้อนที่สุดอันดับ 4 และเดือนเมษายนเป็นเมษายนที่ร้อนที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์การบันทึกข้อมูล

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า จากแนวโน้มดังกล่าว มีความเป็นไปได้สูงมากที่ปี 2569 จะติดอันดับ 10 ปีที่ร้อนที่สุดของโลก และอาจจบปีด้วยการเป็นหนึ่งใน 5 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

นอกจากนี้ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 2 ของประวัติการณ์ โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงผิดปกติอย่างมาก สภาวะดังกล่าวกำลังเอื้อต่อการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศที่มักทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และก่อให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนในหลายภูมิภาคทั่วโลก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า เอลนีโญอาจเริ่มก่อตัวได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้ ขณะที่เหตุการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่ในช่วงปี 2557-2559 และ 2566-2567 เคยเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อุณหภูมิโลกทำสถิติสูงสุดใหม่มาแล้ว

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกประเทศมองเอลนีโญเป็น “สัญญาณเตือนด้านสภาพภูมิอากาศที่เร่งด่วน” พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพิ่มการคุ้มครองประชากรกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อรับมือผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นในอนาคต.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง