รีเซต

ขั้วโลกใต้เดือด! แอนตาร์กติการ้อนทะลุ 15°C หิมะละลายกลางฤดูหนาว

ขั้วโลกใต้เดือด!  แอนตาร์กติการ้อนทะลุ 15°C  หิมะละลายกลางฤดูหนาว
TNN ช่อง16
11 มิถุนายน 2569 ( 11:30 )
3

อุณหภูมิในทวีปแอนตาร์กติกาพุ่งสูงเกิน 15 องศาเซลเซียสในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในฤดูหนาวของภูมิภาคที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งแห่งนี้ และสร้างความกังวลให้กับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเกี่ยวกับความรุนแรงของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

สถานีวิจัยเอสเปรันซา (Esperanza Base) ของอาร์เจนตินา บนคาบสมุทรทรินิตี บันทึกอุณหภูมิสูงสุดได้ 15.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่เคยวัดได้ในปี 2541 ถึง 2 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของช่วงเวลานี้ราว 20 องศาเซลเซียส

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสลมอุ่นจากทางตอนเหนือที่พัดปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็งต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ขณะที่สถานีตรวจอากาศในชิลีบางแห่งสามารถวัดอุณหภูมิได้ใกล้ 13 องศาเซลเซียส

บนเกาะคิงจอร์จ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเอสเปรันซาประมาณ 160 กิโลเมตร นักวิจัยรายงานว่าสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากพื้นที่สีขาวที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง กลายเป็นสีน้ำตาล สีเทา และสีเขียว หลังอุณหภูมิพุ่งขึ้นแตะ 4.6 องศาเซลเซียส

“หลุยส์ มูนญอซ” นักธารน้ำแข็งวิทยาชาวชิลี เปิดเผยว่า ปกติช่วงเวลานี้ของปีควรมีหิมะหนาประมาณ 20 เซนติเมตรปกคลุมพื้นดิน แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หิมะและน้ำแข็งจำนวนมากกลับละลายจากอากาศที่อุ่นผิดปกติ โดยระหว่างการสำรวจธารน้ำแข็งคอลลินส์ นักวิจัยยังพบฝนตกลงบนผิวธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้คลื่นความร้อนเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลโลกอย่างมีนัยสำคัญ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มระยะยาวที่น่ากังวล เนื่องจากคลื่นความร้อนลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์


ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จับตาธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายแห่งในแอนตาร์กติกา เช่น ธารน้ำแข็งธเวตส์ (Thwaites Glacier) และไพน์ไอแลนด์ (Pine Island Glacier) ซึ่งอาจกำลังเข้าใกล้หรือผ่านจุดวิกฤตทางระบบนิเวศแล้ว หากธารน้ำแข็งเหล่านี้ละลายอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 4 เมตรในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุการณ์อุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า พื้นที่ขั้วโลกซึ่งเคยเป็นดินแดนแห่งความหนาวเย็นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ทั่วโลก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง