รีเซต

ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เริ่มต้นขึ้นแล้ว นักวิทย์คาดทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงปลายปี

ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เริ่มต้นขึ้นแล้ว นักวิทย์คาดทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงปลายปี
TNN ช่อง16
12 มิถุนายน 2569 ( 07:24 )
11

ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

หน่วยงานบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) ประกาศว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีโอกาสกว่าร้อยละ 60 ที่เอลนีโญจะพัฒนาเป็นระดับ รุนแรงมากช่วงปลายปี

NOAA ประกาศว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และนักวิทยาศาสตร์คาดว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงปลายปี โดยอาจรุนแรงถึงระดับที่สร้างสถิติใหม่ได้

เอลนีโญ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบลม ปริมาณฝน และสภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป

นักวิทยาศาสตร์ กังวลว่า เอลนีโญจะยิ่งเพิ่มความร้อนให้กับโลกที่กำลังอุ่นขึ้นอยู่แล้วจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และอาจทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงมากขึ้น



มีโอกาสร้อยละ 63 ที่ “เอลนีโญ” จะพัฒนา เป็นระดับรุนแรงมาก

ในประกาศล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ของ NOAA ระบุว่า "สภาวะเอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา" โดยพิจารณาจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

รายงานยังระบุว่า "มีโอกาสร้อยละ 63 ที่เอลนีโญจะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมากในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม และอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1950"

แม้เอลนีโญแต่ละครั้งจะมีลักษณะแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์รุนแรงมักก่อให้เกิดผลกระทบที่คล้ายคลึงกัน เช่น ภัยแล้งในบางส่วนของลุ่มน้ำแอมะซอน, ภัยแล้งในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย, ความผิดปกติของฤดูมรสุมในอินเดีย และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนในเขตร้อนทั่วโลก

โดยทั่วไป เอลนีโญจะเกิดขึ้นทุก 2–7 ปี และมักกินเวลาประมาณ 9–12 เดือน ปรากฏการณ์นี้มักรุนแรงที่สุดในช่วงปลายปี แต่ความร้อนที่สะสมในมหาสมุทรจะค่อย ๆ ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศอย่างช้า ๆ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมักสูงขึ้นต่อเนื่องในปีถัดไป

ด้านสำนักงานบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service) ของยุโรป ระบุเมื่อวันพุธว่า นักพยากรณ์อากาศทั่วโลกมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเอลนีโญที่รุนแรงมากอาจก่อตัวขึ้นในช่วงปลายปีนี้

คาร์โล บูออนเทมโป ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ว่า "ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเอลนีโญระดับปานกลางถึงรุนแรง หรืออาจรุนแรงจนทำลายสถิติ"


สภาวะ “เอลนีโญ” จะยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับโลกที่กำลังร้อนขึ้น

ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจนำไปสู่ฝนทิ้งช่วง, พืชผลเสียหาย, ราคาอาหารสูงขึ้น และครอบครัวจำนวนมากเผชิญความยากลำบากมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ทั่วโลกมองปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะมาถึงเป็น "สัญญาณเตือนเร่งด่วนด้านสภาพภูมิอากาศ"

กูเตอร์เรสกล่าวว่า "สภาวะเอลนีโญจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับโลกที่กำลังร้อนขึ้น" พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งดำเนินมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล, เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน, ปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบาง และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุมทุกคน

สำหรับประเทศไทย หากเอลนีโญรุนแรงขึ้น มักมีแนวโน้มเผชิญกับปริมาณฝนน้อยกว่าปกติในหลายพื้นที่, ความเสี่ยงภัยแล้งเพิ่มขึ้น, ระดับน้ำในเขื่อนลดลง, ผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดลดลง, อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ และความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเอลนีโญและปัจจัยสภาพอากาศอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกันในแต่ละปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง