รีเซต

ปี 68 ภัยพิบัติอากาศพุ่งหนัก ทั่วโลกเสียหายกว่า 4.3 ล้านล้านบาท!

ปี 68 ภัยพิบัติอากาศพุ่งหนัก ทั่วโลกเสียหายกว่า 4.3 ล้านล้านบาท!
TNN ช่อง16
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:09 )

ปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในปีที่มีต้นทุนความเสียหายจากภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศสูงที่สุด หลังเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ พายุหมุนเขตร้อน และฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วโลก


รายงานที่จัดทำโดยองค์กรการกุศล Christian Aid ระบุว่าจากการประเมินภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดของปีนี้ทั่วโลก 10 อันดับแรกครอบคลุมภัยพิบัติประเภทไฟป่า พายุไซโคลน ฝนตกหนัก น้ำท่วม และภัยแล้ง ใน 4 ทวีป รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.3 ล้านล้านบาท


เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือ ไฟป่าลอสแอนเจลิสในเดือนมกราคม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนโดยตรง 31 ราย และจากการศึกษาในเดือนสิงหาคมพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมราว 400 ราย จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับไฟป่า เช่น คุณภาพอากาศที่ย่ำแย่และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ล่าช้า นักวิจัยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่ารุนแรงขึ้น และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.16 ล้านล้านบาท 


รองลงมาก็คือเหตุการณ์พายุและน้ำท่วมรุนแรงในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1,800 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากพายุ 2 ลูกที่เกิดขึ้นพร้อมกัน พัดถล่มเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียและมาเลเซียพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่และความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 9แสนล้านบาท นับเป็นภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศที่มีสร้างความเสียหายเป็นอันดับ 2 และยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านสภาพอากาศที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคหลัง โดยเกิดขึ้นในภูมิภาคที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์น้ำท่วมใน จีน อินเดีย ปากีสถาน รวมถึงยังมีพายุที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือ เฮอริเคนเมลิสซาในทะเลแคริบเบียน ซึ่งเป็นเฮอริเคนที่มีความรุนแรงเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ และรุนแรงที่สุดขณะขึ้นฝั่ง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า สองแสนล้านบาท


อย่างไรก็ตาม Christian Aid ระบุว่า การประเมินครั้งนี้ยังไม่รวมความสูญเสียที่ยากต่อการตีมูลค่า เช่น ความเสียหายต่อวิถีชีวิต รายได้ที่สูญหาย ความเสียหายระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม และการอพยพถาวรของประชาชน ด้วยเหตุนี้ “ต้นทุนที่แท้จริงของภัยพิบัติจึงมีแนวโน้มสูงกว่าตัวเลขความเสียหายที่ประเมินจากระบบประกันอย่างมาก”จะเห็นว่าภาวะโลกร้อนซึ่งมีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ ได้ทำให้ความถี่และความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ฝนตกหนัก พายุ และภัยแล้ง สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของความเข้มข้นก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ 10 ปีที่ผ่านมาเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึก โดยปี 2567 ครองสถิติปีที่ร้อนที่สุด ขณะที่ปี 2568 คาดว่าจะเป็นปีที่ร้อนเป็นอันดับ 2 หรือ 3 และปี 2569 มีแนวโน้มจะติดอันดับ 4 ของปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน


นี่ก็เป็นสัญญาณที่ชี้ชัดว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นในระยะหลังนั้นเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนอย่างแน่นอน และหลายประเทศทั่วโลกก็ไม่สามารถหนีชะตากรรมเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยหรือยากจน ก็ไม่มีโอกาสหลีกเลี่ยงได้เลย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง