หน่วยจงอางศึกประจวบฯส่องอินฟาเรดตรวจเข้มพวกลักลอบเข้าเเดนกลางคืนค่านำเข้าพุ่งกระฉูด

หน่วยจงอางศึกประจวบฯส่องอินฟาเรดตรวจเข้มพวกลักลอบเข้าเเดนกลางคืนค่านำเข้าพุ่งกระฉูด
มติชน
11 ตุลาคม 2563 ( 12:00 )
50
หน่วยจงอางศึกประจวบฯส่องอินฟาเรดตรวจเข้มพวกลักลอบเข้าเเดนกลางคืนค่านำเข้าพุ่งกระฉูด

ฉก.จงอางศึก ประจวบฯตรวจเข้มพวกลักลอบข้ามชายแดนกลางคืนส่องกล้องอินฟาเรดส่งพลลาดตระเวนป้องกันโควิดเข้าประเทศ เผยค่าจ้างนำแรงงานเถื่อนพุ่ง 3หมื่น

 

วันที่ 11 ตุลาคม พ.อ.ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุสุรสีห์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งกำกลังเจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนบริเวณช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนทั้ง 8 อำเภอที่มีพื้นที่ติดกับ จ.มะริด ประเทศเมียนมา ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนโดยใช้พนักงานจากระบบโซลาเซลล์ การติดตั้งเครื่องกันขโมยเพื่อส่งสัญญาณเตือน ล่าสุดได้ใช้กล้องส่องทางไกลอินฟาเรด เพื่อตรวจหาบุคคลต่างด้าวที่อาจลักลอบข้ามแดนมายังฝั่งไทยโดยผิดกฎหมายในเวลากลางคืน ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุนำเชื้อโควิด -19 เข้ามาระบาดในประเทศ

 

นายชนพหล ส่งเสริม นายอำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำเจ้าหน้าที่ ชรบ. เจ่าหน้าที่ อสม.ตั้งจุดตรวจคัดกรองโควิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ อาจนำเชื้อโควิด 19 เข้ามาระบาดในพื้นที่ชั้นในของจังหวัด

 

 

“หากประเทศเมียนมามีการแพร่ระบาดต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนหนีตายทะลักข้ามชายแดนเข้ามาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคงชายแดน จะบูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมา เพื่อตรวจคัดกรองเชื้อโดยใช้สถานที่ภายในค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ต.ห้วยทราย อ.เมืองฯ เป็นสถานที่กักตัวชั่วคราว ก่อนผลักดันกลับประเทศ สำหรับการตั้งด่านตรวจเข้ม 24 ชั่วโมง ยังมีปัญหากำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย เบี้ยยังชีพค่าอาหารที่ภาครัฐสนับสนุนยังไม่เพียงพอ” นายชนพหล กล่าว

 

ด้านแหล่งข่าวจากนักปกครองท้องที่ในพื้นที่ อ.เมือง รายหนึ่ง ระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยตั้งด่าน เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบหนีเข้าเมืองตามแนวตะเข็บชายแดน แต่ทราบว่ายังมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานแอบลักลอบนำคนต่างด้าวเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองตามปกติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากนายทุนต้องการแรงงานเถื่อนจำนวนมาก ทำให้ค่าจ้างในการนำแรงงานเถื่อนเข้าประเทศจากเดิมหัวละ 8,000 บาท พุ่งสูงถึงหัวละ 2 – 3 หมื่นบาท

 

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ออกสุ่มตรวจสารคัดหลั่งประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่บริเวณชายแดนทั้ง 8 อำเภอของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 400 ตัวอย่าง ผลปรากฏว่าไม่พบผู้ติดเชื้อ จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำลายของประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ชาวไทย ชาวไทยพลัดถิ่น ชาวเมียนมา เจ้าหน้าที่ประจำชายแดน เพื่อนำไปตรวจป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง