“กองทุนทรัมป์ 1,800 ล้านดอลลาร์” ช่วยเหยื่อรัฐ คืออะไร? ทำไมถูกครหาว่า 'เอื้อพวกพ้อง'

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณต่อแกนนำพรรครีพลับลิกันวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า อาจยุติแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท โดยกองทุนนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” (Anti-Weaponization Fund) หลังเผชิญแรงต่อต้านอย่างหนักแม้แต่สมาชิกพรรครีพลับลิกันของทรัมป์เองก็ไม่เห็นด้วย
สำนักข่าว CNN รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลได้แจ้งต่อผู้นำรีพลับลิกันในรัฐสภาว่า มีแผนจะถอยจากโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจนี้เป็นการยกเลิกถาวรหรือแค่ชะลอโครงการออกไปก่อน
ขณะที่แหล่งข่าวอีกฝ่ายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าว แต่ต้องการแค่เพียงระงับความพยายามักดันกองทุนชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐบาลกลางที่สั่งระงับกองทุนดังกล่าวอย่างน้อยจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน
ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ ABC NEWS ว่า ขณะนี้รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยเขากล่าวว่า “ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น ถ้าศาลไม่อนุญาต และตอนนี้ศาลสั่งระงับไว้ แล้วจะทำอะไรได้ละ”
รายงานระบุว่า ทรัมป์เพิ่งหารือเป็นเวลานานกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมค์ จอห์นสัน โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือกองทุนดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยกภายในพรรครีพลับลิกัน จนส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญอื่นของรัฐบาล
ทั้งนี้ CNN รายงานว่า ผู้นำพรรครีพลับลิกันเสียงข้างมากในุฒิสภา จอห์น ธูน กำลังประสบปัญหาในการผลักดันงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และสมาชิกหลายคนมองว่า การยุติกองทุนนี้อาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดินหน้ากฎหมายฉบับอื่น
จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ถึงกับเรียกร้องให้รัฐบาล “ยกเลิกมันเสียเอง” ขณะที่วุฒิสมาชิก ริก สก็อตต์ จากรัฐฟลอริดา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแจ้งกับเขาโดยตรงว่ากองทุนดังกล่าวจะถูก “ยกเลิก”
อย่างไรก็ตาม สมาชิกรีพับลิกันจำนวนหนึ่งยังไม่เชื่อมั่น และต้องการคำยืนยันอย่างเป็นทางการ จอห์น เคนเนดี วุฒิสมาชิกจากรัฐลุยเซียนา กล่าวว่า
“ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนจุดยืนจริง ก็ควรพูดให้ชัดเจนไปเลย การบอกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะแน่นอนว่าคุณต้องทำอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้กำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะขยายเวลาการระงับกองทุนนี้อต่อไปอีกหรือไม่ โดยจนกว่าจะถึงวันดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจะถูกห้ามจัดสรรเงิน พิจารณาคำร้อง หรือจ่ายเงินใดๆ ภายใต้กองทุนนี้
“กองทุน 1.8 พันล้านเหรียญ” คืออะไร?
กองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์นี้มีต้นกำเนิดจากการยุติคดีความที่ทรัมป์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) จากกรณีข้อมูลภาษีของเขาถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงปี 2018-2020 หนังสือพิมพ์ The New York Times นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่รายงานในปี 2020 ว่า ทรัมป์ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีจ่ายภาษีเงินได้รัฐบาลกลางเพียงเล็กน้อย หรือบางปีแทบไม่ต้องจ่ายภาษีเลยตลอดระยะเวลา 15 ปี
ต่อมาในปี 2023 กระทรงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ที่นำข้อมูลภาษีของทรัมป์ออกมาเปิดเผยคือ ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ลิตเติลจอห์น อดีตผู้รับจ้างของกรมสรรพากรสหรัฐฯ ซึ่งภายหลังเขารับสารภาพความผิดในข้อหาเปิดเผยข้อมูลภาษีโดยมิชอบ และถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ในปี 2024
จนทรัมป์ได้กลับเข้าสู่สมัยที่สอง ทรัมป์ก็ได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากรสหรัฐฯ และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรียกค่าเสียหายสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ โดยทรัมป์กล่าวหาว่า หน่วยงานทั้งสองนี้ล้มเหลวในปกป้องข้อมูลภาษีส่วนบุคคลของเขา จนนำไปสู่การรั่วไหลดังกล่าว
ต่อมา สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศจัดตั้ง “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” (Anti-Weaponization Fund) ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงยุติคดีระหว่างทรัมป์กับรัฐบาล
ทอดด์ บลันช์ รักษาการอัยการสูงสุด บุคคลที่ทรัมป์แต่งตั้งขึ้นมา ระบุว่า กลไกของรัฐบาลไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นอาวุธเล่นงานชาวอเมิรกันคนใด และกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต พร้อมป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ย้ำอีกว่ากองทุนนี้จะเป็นช่องทางทางกฎหมายให้ผู้ที่เชื่อว่าตกเป็นเหยื่อของการดำเนินคดีหรือการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ สามารถยื่นขอรับการเยียวยาได้
กองทุนนี้ทำงานอย่างไร?
ทั้งนี้ เงินจากกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 65,000 ล้านบาทนี้มาจาก “judgement fund” ซึ่งเป็นบัญชีงบประมาณถาวรของรัฐบาลกลางี่ใช้จ่ายชดเชยตามคำพิพากษาศาลหรือข้อตกลงยุติคดี โดยไม่จำเป็นจ้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสเป็นรายกรณี
ทุกๆ 3 เดือน กองทุนจะต้องจัดทำรายงานส่งให้อัยการสูสุด โดยระบุรายละเอียดว่าใครได้รับเงินหรือความช่วยเหลือบ้าง ได้รับรูปแบบไหน เงินสด การลดหนี้ หรือการชดเชยในรูปแบบอื่น มีคณะกรรมการ 5 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด โดยหนึ่งในนั้นต้องได้รับการคัดเลือกผ่านการปรึกษาหารือกับผู้นำในรัฐสภา
กองทุนในฝันของทรัมป์ ส่อแววเจอทางตัน
ทันทีที่มีการประกาศจัดตั้งกองทุน ก็เผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจากสมาชิกรีพับลิกันจำนวนมาก ซึ่งบางคนมองว่ากองทุนดังกล่าวอาจกลายเป็น “กองทุนลับ” หรือ “กองทุนพวกพ้อง” สำหรับแจกจ่ายเงินให้กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์
แม้ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมจะยืนยันว่าจะไม่แก้ไขรายละเอียดของโครงการ แต่แรงกดดันจากสมาชิกพรรครีพับลิกันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพันธมิตรทางการเมืองบางส่วนของทรัมป์ได้เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการนี้โดยสิ้นเชิง
แม้กองทุนจะผ่านการอนุมัติจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางแล้ว และไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสอีก แต่วันนี้ การเดินทางของกองทุนนี้อาจเจอกับทางตัน เมื่อฝ่ายวิจารณ์มองว่า โครงการนี้มีช่องโหว่และอาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและเอื้อพวกพ้องกันเอง
แม้แต่พรรครีพลับลิกันเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงาม โดยจำนวนมากกังวลกันว่า กองทันนี้อาจกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ หรือบุคคลที่อ้างว่าถูกเล่นงานทางการเมือง จากรัฐบาลในอดีต เข้ามาขอรับเงินชดเชยจากภาษีประชาขน
ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายที่คัดค้านจึงเรียกกองทุนนี้กันว่า “Slush Fund” หรือ “กองทุนลับทางการเมือง”
อีกทั้ง นอกจากคำสั่งศาลในรัฐเวอร์จิเนียแล้ว กองทุนดังกล่าวยังเผชิญปัญหาทางกฎหมายอีกด้าน เมื่อผู้พิพากษาในรัฐฟลอริดา ซึ่งดูแลคดีฟ้องร้องเดิมของทรัมป์ต่อกรมสรรพากรสหรัฐฯ ได้สั่งให้ทรัมป์และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อกล่าวหาว่า อาจมีการสมคบคิดกับทนายความของกระทรวงยุติธรรมที่เป็นตัวแทนกรมสรรพากรสหรัฐฯ เพื่อบรรลุข้อตกลงนอกศาล ซึ่งอาจเข้าข่ายการหลอกลวงศาล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
