รีเซต

เลือกตั้ง–ประชามติ 2569 วันเดียว แต่ระบบต่าง ทำไมบางคนต้องไปใช้สิทธิ 2 รอบ

เลือกตั้ง–ประชามติ 2569 วันเดียว แต่ระบบต่าง ทำไมบางคนต้องไปใช้สิทธิ 2 รอบ
TNN ช่อง16
2 มกราคม 2569 ( 14:28 )
26

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นับเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้นโดย ไม่มีวุฒิสภาเข้ามาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี และยังจัดให้มีการ ออกเสียงประชามติ ควบคู่ไปพร้อมกันในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แม้วันลงคะแนนจะตรงกัน แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิของการเลือกตั้งกับประชามติไม่เหมือนกัน ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความสับสน และบางกรณีอาจต้องออกไปใช้สิทธิถึง 2 วัน หากต้องการรักษาสิทธิให้ครบถ้วน

เลือกตั้ง–ประชามติ จัดวันเดียว แต่ไม่เหมือนกัน

วันเลือกตั้งจริงของทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ คือ

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00–17.00 น.

ประชาชนที่ไปใช้สิทธิในวันดังกล่าวที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้าน จะได้รับบัตรลงคะแนนครบทั้งหมด 3 ใบ ได้แก่

  • บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต
  • บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ
  • บัตรออกเสียงประชามติ

กรณีนี้ถือว่าเป็นรูปแบบที่ง่ายที่สุด ไปครั้งเดียวจบ ใช้สิทธิครบทุกส่วน

จุดที่ทำให้หลายคนสับสน คือ “การเลือกตั้งล่วงหน้า”

สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิในวันจริง เช่น ต้องทำงานต่างพื้นที่ หรืออยู่ต่างจังหวัด สามารถเลือกใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า ได้ในวันที่

1 กุมภาพันธ์ 2569

แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้

ใช้ได้เฉพาะ การเลือกตั้ง สส.

ผู้ใช้สิทธิจะได้รับบัตรเพียง 2 ใบ

ไม่มีบัตรประชามติ

นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วจะได้ใช้สิทธิครบทุกอย่าง ซึ่งในความเป็นจริง ไม่เป็นเช่นนั้น

ประชามติ ไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้า

การออกเสียงประชามติ ไม่มีระบบลงคะแนนล่วงหน้า

ผู้ที่ไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิที่ภูมิลำเนาในวันจริง จำเป็นต้อง ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต แยกต่างหาก และต้องไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เท่านั้น

หากไม่ได้ลงทะเบียนประชามติไว้ล่วงหน้า และไม่สามารถเดินทางกลับไปในวันจริงได้ จะถือว่า เสียสิทธิประชามติทันที

ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อย

ผู้ที่ ไม่ลงทะเบียนอะไรเลย

→ ไปใช้สิทธิวันที่ 8 ก.พ. ครั้งเดียว ได้ครบทั้งเลือกตั้งและประชามติ

ผู้ที่ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว

→ วันที่ 1 ก.พ. ได้เลือกตั้ง สส.

→ หากต้องการออกเสียงประชามติ ต้องกลับไปใช้สิทธิอีกครั้งวันที่ 8 ก.พ.

ผู้ที่ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ลืมลงทะเบียนประชามติ

→ ต้องไปใช้สิทธิ 2 วัน หรืออาจพลาดสิทธิประชามติ หากไม่สามารถเดินทางได้

สิ่งที่ประชาชนควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หัวใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการกาบัตร แต่คือ การวางแผนใช้สิทธิให้ตรงกับระบบ หากประชาชนสามารถไปเลือกตั้งในวันจริงได้ การไม่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด แต่หากจำเป็นต้องเลือกตั้งล่วงหน้า ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ได้ลงทะเบียนประชามติแยกต่างหากหรือไม่

หลายคนตั้งคำถามว่า หากติดธุระในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะถือว่าพลาดสิทธิออกเสียงประชามติไปเลยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะกฎหมายเปิด “ทางออกสำคัญ” ให้กับผู้มีสิทธิที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ในวันจริง นั่นคือ การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนตามกฎหมาย หากทราบล่วงหน้าว่าไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งเหตุได้ในช่วง 1–7 กุมภาพันธ์ 2569 หรือหากเกิดเหตุจำเป็นภายหลัง ก็ยังสามารถแจ้งย้อนหลังได้ในช่วง 9–15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการปกครองหรือแอป Smart Vote รวมถึงติดต่อโดยตรงที่สำนักงานนายทะเบียนท้องถิ่นหรืออำเภอ การแจ้งเหตุอย่างถูกต้องจะทำให้ผู้มีสิทธิ ไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง และยังคงสามารถสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งสาธารณะได้ตามปกติ

ในทางกลับกัน หากไม่ไปใช้สิทธิประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และ ไม่แจ้งเหตุภายในกรอบเวลาที่กำหนด จะถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย และถูก จำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งรวมถึงการสมัครรับเลือกตั้ง สส. การสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น การดำรงตำแหน่งทางการเมือง และสิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ แต่ภายหลังพบว่าติดธุระจนไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ทั้งวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ ยังสามารถ ยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อกลับมาใช้สิทธิในวันจริงในพื้นที่ที่สะดวกได้ สรุปสั้นที่สุดคือ ติดธุระไม่ใช่ปัญหา แต่การไม่แจ้งเหตุคือความเสี่ยง เพราะหากละเลยขั้นตอนนี้ อาจต้องแลกด้วยการถูกตัดสิทธิทางการเมืองยาวถึง 2 ปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง