รีเซต

จับตา “ออสเตรเลีย” ร้อนจัด เสี่ยงเกิด “มหันตภัยไฟป่า” ระดับเดียวกับที่เคยเกิดที่แอลเอ!

จับตา “ออสเตรเลีย” ร้อนจัด เสี่ยงเกิด “มหันตภัยไฟป่า” ระดับเดียวกับที่เคยเกิดที่แอลเอ!
TNN ช่อง16
9 มกราคม 2569 ( 09:30 )
40

รายงานฉบับใหม่เตือนว่า ชาวออสเตรเลียนับล้านคนที่อาศัยอยู่ในเขตชานเมืองของนครใหญ่และศูนย์กลางภูมิภาค กำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากไฟป่ารุนแรงที่อาจลุกลามเข้าสู่เขตเมืองในระดับเดียวกับเหตุไฟป่าลอสแอนเจลิส ขณะที่ประเทศกำลังจะเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุไฟป่า “แบล็กซัมเมอร์” ปี 2562–2563


รายงานโดย Climate Council ร่วมกับ Emergency Leaders for Climate Action ระบุว่า พื้นที่ชานเมืองหลายแห่ง เช่น เทือกเขาแดนเดนองในรัฐวิกตอเรีย เนินเขาเพิร์ท เนินเขาแอดิเลด บลูเมาน์เทน ชานเมืองซิดนีย์ ชายฝั่งตอนกลางรัฐนิวเซาท์เวลส์ ชานเมืองโฮบาร์ต และขอบตะวันตกของแคนเบอร์รา เป็นพื้นที่เมืองที่มีความเสี่ยงไฟป่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ป่าไม้และทุ่งหญ้าที่ติดไฟง่าย


รายงานเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้ความเสี่ยงไฟป่าที่ลุกลามถึงเขตเมืองเพิ่มสูงขึ้น ทั้งความถี่และความรุนแรงของไฟป่าเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จากสภาพอากาศที่ร้อน แห้ง และมีลมแรงบ่อยขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการลุกไหม้และการลามไฟ ขณะเดียวกัน ฤดูไฟป่าทั่วโลกยาวนานขึ้นโดยเฉลี่ยราว 2 สัปดาห์


งานวิจัยในปี 2567 ยังระบุว่า 6 ใน 7 ปีหลังสุด เป็นช่วงที่เกิดไฟป่าที่มีความรุนแรงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อพิจารณาผลกระทบทางนิเวศ สังคม และเศรษฐกิจร่วมกัน


อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียเป็นประเทศที่เกิดไฟป่าอยู่บ่อยครั้ง โดยเคยเกิดเหตุรุนแรงในแคนเบอร์ราเมื่อปี 2546 รัฐวิกตอเรียปี 2552 แทสมาเนียและบลูเมาน์เทนปี 2556 และรุนแรงที่สุดในช่วงแบล็กซัมเมอร์ปี 2562–2563 ซึ่งเผาผลาญพื้นที่กว่า 150 ล้านไร่ ทำลายอาคารหลายพันหลัง คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 30 ราย และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าประเมินราว 3 พันล้านตัวทั่วประเทศ การสอบสวนภายหลังยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่าครั้งนั้นรุนแรง


รายงานฉบับล่าสุดชี้ว่า ความเสี่ยงใหม่คือไฟป่าอาจลุกลามเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้น โดยเปรียบเทียบกับเหตุไฟป่าลอสแอนเจลิสเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและแห้งจัดที่สุดในรอบอย่างน้อย 130 ปี ประกอบกับปริมาณฝนที่น้อยมาก ลมแรง และเชื้อเพลิงธรรมชาติที่แห้ง ทำให้ไฟป่าครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในภัยพิบัติไฟป่าที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก และทำลายบ้านเรือนกว่า 18,000 หลัง


รายงานระบุว่า เช่นเดียวกับแคลิฟอร์เนีย หลายพื้นที่ของออสเตรเลียมีภูมิอากาศร้อนและแห้ง โดยการวิเคราะห์พบว่าชานเมืองของซิดนีย์ เมลเบิร์น แคนเบอร์รา แอดิเลด เพิร์ท และโฮบาร์ต มีลักษณะคล้ายกับพื้นที่ที่ทำให้ไฟป่าลอสแอนเจลิสรุนแรง


รายงานเผยแพร่ในช่วงที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง โดยคาดว่าอุณหภูมิในพื้นที่ตอนใต้จะพุ่งเกิน 40 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 8–16 องศาในบางพื้นที่ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และนิวเซาท์เวลส์ สะท้อนความเสี่ยงไฟป่าที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวลในระยะใกล้

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง