กทม. จ่อปรับภาษีที่ดินเกษตรกลางกรุง ปลูกกล้วย-มะนาว จ่ายเพิ่ม

กทม. เตรียมปรับอัตราภาษีที่ดินเกษตร หลังใช้กฎหมายมาเกือบ 7 ปี
กรุงเทพมหานครเตรียมเสนอร่างข้อบัญญัติต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อปรับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินประเภทเกษตรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะเพิ่มอัตราการจัดเก็บอีก 0.02% ภายใต้กรอบที่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ให้อำนาจไว้ หากได้รับความเห็นชอบจากสภา กทม. จึงจะสามารถประกาศใช้ได้
การปรับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาเกือบ 7 ปี โดย กทม. เห็นว่าควรปรับอัตราภาษีให้เหมาะสมกับมูลค่าที่ดินในเมืองหลวง ซึ่งหลายแปลงมีราคาสูงแต่ยังเสียภาษีในอัตราของที่ดินเพื่อการเกษตร
อัตราภาษีที่เสนอปรับเพิ่ม
ข้อเสนอของ กทม. จะทำให้อัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรมขยับจากเดิม 0.01-0.10% เป็น 0.03-0.12% ตามช่วงมูลค่าทรัพย์สิน
สำหรับบุคคลธรรมดา ที่ดินเพื่อการเกษตรมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดิม ส่วนมูลค่า 50-125 ล้านบาท จะปรับอัตราจาก 0.01% เป็น 0.03% ขณะที่มูลค่า 125-150 ล้านบาท ปรับเป็น 0.05% มูลค่า 150-550 ล้านบาท ปรับเป็น 0.07% มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท ปรับเป็น 0.09% และมูลค่ามากกว่า 1,050 ล้านบาท จะปรับจาก 0.10% เป็น 0.12%
ด้านนิติบุคคล ที่ดินมูลค่า 0-75 ล้านบาท จะปรับจาก 0.01% เป็น 0.03% มูลค่า 75-100 ล้านบาท ปรับเป็น 0.05% มูลค่า 100-500 ล้านบาท ปรับเป็น 0.07% มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท ปรับเป็น 0.09% และมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท จะปรับเป็น 0.12%
ทำไมต้องปรับภาษีครั้งนี้
ที่ผ่านมา ที่ดินหลายแปลงในกรุงเทพมหานครซึ่งมีมูลค่าสูง ได้มีการใช้ประโยชน์ในลักษณะปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว หรือพืชเกษตรอื่น เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งผลให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าการใช้ประโยชน์ประเภทอื่น
กทม. ระบุว่า การปรับอัตราภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายให้การจัดเก็บรายได้มีความเหมาะสมกับมูลค่าที่ดินในเมือง และเป็นไปตามอำนาจที่กำหนดไว้ในมาตรา 37 วรรคหก ของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติมได้ แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด
ปลูกพืชอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะเสียภาษีเกษตรเสมอไป
แม้เจ้าของที่ดินจะปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว หรือพืชเศรษฐกิจอื่น แต่การได้รับสิทธิเป็นที่ดินเพื่อการเกษตรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ ทั้งลักษณะการใช้ประโยชน์และจำนวนพืชที่ปลูกตามเกณฑ์ที่กำหนด หากตรวจสอบแล้วไม่เข้าเงื่อนไข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพิจารณาประเภทการใช้ประโยชน์ใหม่ และจัดเก็บภาษีตามประเภทที่เหมาะสมได้
ยังต้องผ่านสภา กทม. ก่อน
ข้อเสนอการปรับอัตราภาษีครั้งนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที โดยต้องผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครก่อน หากได้รับความเห็นชอบ กรุงเทพมหานครจะออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครและประกาศวันเริ่มจัดเก็บตามอัตราใหม่อย่างเป็นทางการ
ผู้ถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะแปลงที่มีมูลค่าสูง จึงควรติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาร่างข้อบัญญัติดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะส่งผลต่อภาระภาษีในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
