รีเซต

ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ? กทม. ชะลอใบอนุญาต 3 แห่ง

ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ? กทม. ชะลอใบอนุญาต 3 แห่ง
TNN ช่อง16
2 กันยายน 2569 ( 13:57 )

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงข่าวกรณีการกำกับดูแล ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการประปานครหลวง (MWA) ร่วมชี้แจงข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และประเด็นด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง

กทม.ชะลอใบอนุญาต Data Center 3 แห่ง

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้เพิกเฉยต่อประเด็น Data Center และได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างมาโดยตลอด โดยเมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ชะลอการออกใบอนุญาตเพิ่มเติม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการไฟฟ้า การประปา และกรมธุรกิจพลังงาน ยังไม่มีการอนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสำรองถังน้ำมัน โดยกระบวนการออกใบอนุญาตในประเด็นดังกล่าวถูกชะลอไว้ก่อน

ปัจจุบันมี Data Center แบบ Standalone หรือศูนย์ข้อมูลที่จัดตั้งเป็นอาคารเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 6 แห่ง โดย 3 แห่งได้รับใบอนุญาตแล้วตั้งแต่ปี 2566 ส่วนอีก 3 แห่ง กทม.ได้ชะลอการอนุญาตไว้ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับไปทบทวนและดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

กทม.เร่งทบทวนกฎหมาย Data Center

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า Data Center คือศูนย์รวมคอมพิวเตอร์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ซึ่งมีการใช้งานมานานแล้ว แต่ในอดีตส่วนใหญ่เป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบริษัท และใช้สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิด Data Center ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ มีขนาดใหญ่ขึ้น และให้บริการแก่หน่วยงานหรือบริษัทอื่น จึงทำให้ช่วงที่ผ่านมา มี Data Center ลักษณะดังกล่าวเข้ามาขออนุญาตจากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น

หนึ่งในปัญหาสำคัญคือที่ผ่านมา Data Center ยังไม่มีนิยามที่ชัดเจนในกฎหมาย เมื่อมีการยื่นขออนุญาตจึงอาจถูกพิจารณาตามลักษณะของอาคาร เช่น อาคารคลังสินค้า ขณะที่ด้านผังเมืองยังไม่มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับ Data Center

นอกจากนี้ ในบางกรณี Data Center อาจไม่ได้อยู่ในประเภทกิจการที่ต้องจัดทำ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA รวมถึงไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องขออนุญาตในฐานะโรงงานอุตสาหกรรม

ปัจจุบันรัฐบาลได้ประกาศนิยามของ Data Center แล้ว จึงจำเป็นต้องนำมาทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผังเมือง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การควบคุมอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อให้กฎระเบียบสอดคล้องกับเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

Data Center กรุงเทพฯ ใช้ไฟจริงประมาณ 8 เมกะวัตต์

ด้าน นายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สายงานวางแผนและนวัตกรรม) การไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า Data Center ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับโครงการที่เป็นข่าวในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

โดย Data Center ในกรุงเทพฯ ที่มีขนาดประมาณ 20 เมกะวัตต์ ปัจจุบันใช้ไฟฟ้าจริงประมาณ 8 เมกะวัตต์

โดยปกติการไฟฟ้านครหลวงจะจ่ายไฟให้ Data Center แยกออกจากระบบการจ่ายไฟทั่วไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน โดยพื้นที่ที่เข้ามาขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเป็นพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับการให้บริการได้

เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ประเภทอื่น การใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก โดยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่บางแห่งมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า Data Center และโครงการขนาดใหญ่บางแห่งมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์

สำหรับการขอใช้ไฟฟ้า Data Center ต้องผ่านมาตรฐานการเชื่อมต่อ การตรวจสอบความปลอดภัย การตรวจสอบอุปกรณ์ และมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานและมีความปลอดภัย

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชน แต่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาต Data Center ขนาดใหญ่เพิ่มเติม

Data Center ใช้น้ำ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

สำหรับประเด็นการใช้น้ำ เนื่องจาก Data Center มีการผลิตความร้อนจากระบบคอมพิวเตอร์และจำเป็นต้องใช้ระบบหล่อเย็น นายสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง กล่าวว่า Data Center รายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการใช้น้ำอยู่ในปัจจุบัน มีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

เมื่อเปรียบเทียบกับสถานประกอบการขนาดใหญ่ประเภทอื่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่มีการใช้น้ำประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ขณะที่ห้างสรรพสินค้ามีการใช้น้ำประมาณ 30,000-40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

ดังนั้น ผลกระทบจาก Data Center ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของการประปานครหลวง

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการประปานครหลวงพร้อมสนับสนุนการคัดกรองและกำกับดูแลการดำเนินงานของ Data Center ร่วมกับกระทรวงพลังงานและกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการอย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่า หากมี Data Center เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ระบบประปาจะมีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ โดยปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำยังไม่มีนัยสำคัญ แต่จำเป็นต้องติดตามตามแนวโน้มการขยายตัวของ Data Center

จับตาน้ำเสียจากระบบหล่อเย็น Data Center

ส่วนเรื่องน้ำเสีย ลักษณะการใช้น้ำของ Data Center ส่วนหนึ่งเป็นการนำไปใช้ในระบบหล่อเย็น ซึ่งกรุงเทพมหานครจะต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่หรือไม่ รวมถึงการนำน้ำไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น รดน้ำต้นไม้

ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างติดตามประเด็นน้ำเสีย โดยเฉพาะข้อกังวลว่ามีการปล่อยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงลงสู่คูคลองหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่กรุงเทพมหานครจะรับไปตรวจสอบและดำเนินการต่อไป

หากในอนาคต Data Center อยู่ภายใต้กระบวนการ EIA จะทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบประเด็นดังกล่าวได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ชะลอการอนุญาตถังน้ำมันสำรอง Data Center

อีกประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลคือ การสำรองน้ำมันของ Data Center เนื่องจาก Data Center มีข้อกำหนดให้ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองได้ในกรณีไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตก จึงมีความจำเป็นต้องสำรองน้ำมันไว้สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

นายชัชชาติกล่าวว่า การกำกับดูแลการเก็บสำรองน้ำมันเป็นหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงาน โดยกฎหมายกำหนดว่า หากเป็นการเก็บน้ำมันไว้ใช้ภายในกิจการของตนเองและไม่ได้มีการแจกจ่ายให้บุคคลอื่น สามารถเก็บได้ไม่เกิน 500,000 ลิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านสถานที่และผังเมืองด้วย

ด้าน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กล่าวว่า Data Center มีการดำเนินการมานานแล้ว และมีการขออนุญาตติดตั้งถังน้ำมันเพื่อสำรองไว้ใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในกรณีไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตก

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ ชะลอการอนุญาตใหม่ ตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ Data Center ซึ่งจะพิจารณาทั้งเรื่องการใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้า และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

ดังนั้น หากมีผู้ประกอบการเข้ามาขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันเพื่อสำรองไว้ใช้สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินของ Data Center ในช่วงนี้ จะต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

กทม.ตรวจสอบปมถังน้ำมัน 400,000 ลิตร

สำหรับกรณีที่มีข้อมูลว่าบริเวณ ซอยรามคำแหง 28 มีการเก็บน้ำมันจำนวน 400,000 ลิตร นางสาวฐิติภัสร์กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยจากการตรวจสอบใบอนุญาตพบว่า ไม่ได้มีการอนุญาตให้จัดเก็บน้ำมันตามจำนวนดังกล่าว

หากตรวจพบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบและดำเนินคดี เนื่องจากถือเป็นการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วน Data Center บริเวณ พระราม 9 กรุงเทพมหานครยังไม่ได้ออกใบอนุญาต และกรมธุรกิจพลังงานก็ยังไม่ได้อนุญาตเช่นกัน หากพบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

Data Center ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัด

นายชัชชาติกล่าวว่า กฎหมายที่กำหนดเพดานการจัดเก็บน้ำมันไว้ไม่เกิน 500,000 ลิตร ถือเป็นข้อกำหนดที่ช่วยกำหนดขนาดของ Data Center ในระดับหนึ่ง เนื่องจาก Data Center จำเป็นต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและต้องมีน้ำมันสำรอง แต่ไม่สามารถเก็บเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดได้

ในอนาคตจึงต้องพิจารณาว่า ข้อกำหนดดังกล่าวมีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีและรูปแบบ Data Center ในปัจจุบันหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงานที่จะพิจารณาทบทวนให้มีความทันสมัยและเหมาะสมมากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า Data Center ขนาดใหญ่มากในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิม ขณะที่การเกิดขึ้นของ Data Center แบบ Standalone ขนาดใหญ่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

โดยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการกำหนดนิยามของ Data Center ขึ้นมา ทำให้สามารถพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้ง ผังเมือง การควบคุมอาคาร ระบบไฟฟ้า และระบบประปา ซึ่งกรุงเทพมหานครจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและหารือกับรัฐบาลต่อไป

ชาวบ้านร้องเรียน Data Center ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9

นายชัชชาติกล่าวถึงกรณีร้องเรียนที่กรุงเทพมหานครได้รับว่า มีประชาชนร้องเรียนกรณี Data Center ที่อยู่ใกล้กับ โรงพยาบาลพระราม 9 โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเหมาะสมของการตั้ง Data Center ใกล้โรงพยาบาล

นอกจากนี้ ยังมีกรณีประชาชนร้องเรียนเรื่อง เสียงจากการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง โดยเฉพาะการทดสอบในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงดังและรบกวนประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ ขณะที่เมื่อมีการทดสอบในช่วงกลางวันกลับไม่พบการร้องเรียนในลักษณะเดียวกัน

ทั้งสองประเด็นถือเป็นข้อร้องเรียนที่กรุงเทพมหานครได้รับในปัจจุบัน และจะต้องนำไปพิจารณาประกอบการกำกับดูแล Data Center ต่อไป

ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ?

นายชัชชาติกล่าวว่า Data Center มีหลายรูปแบบ และการที่ผู้ประกอบการเลือกตั้ง Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาเกี่ยวข้อง

กรุงเทพมหานครมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสารและอินเทอร์เน็ตที่ดี โดยเฉพาะระบบ Fiber Optic ซึ่งช่วยให้การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ การตั้ง Data Center ใกล้กับแหล่งข้อมูลและผู้ใช้งานสามารถช่วยลดระยะทางในการรับส่งข้อมูลและลดความล่าช้า โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีการใช้งาน เทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้น

กรุงเทพมหานครยังมีระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเสถียร มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม มีบุคลากรที่สามารถให้บริการ และมีการเชื่อมโยงกับ Gateway ของระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการนำมาพิจารณาในการเลือกพื้นที่ตั้ง Data Center

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนกังวลเกี่ยวกับ ความร้อนจากการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์และผลกระทบจากระบบหล่อเย็น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด

สำหรับ Data Center ที่เปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน ยังไม่ได้รับข้อร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ แต่กรุงเทพมหานครจะติดตามและนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดแนวทางกำกับดูแล Data Center ในอนาคต เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลเดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง