รีเซต

อะไร? คือ “มหาอุทกภัย” เมื่อปัจจัยเสี่ยงไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว

อะไร? คือ “มหาอุทกภัย” เมื่อปัจจัยเสี่ยงไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว
TNN ช่อง16
23 กันยายน 2569 ( 08:16 )
18

“มหาอุทกภัย” ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว 

จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการส่งต่อข้อมูลเตือนภัย “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมงข้างหน้า” จนสร้างความแตกตื่นและกังวลใจให้กับประชาชน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมายืนยันแล้วว่า แม้ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่จากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำจริง แต่ข้อมูลเรื่องการเกิดมหาอุทกภัยหรือฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืนนั้น “ไม่เป็นความจริง” และไม่สอดคล้องกับผลการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

แล้วอะไร? คือ “มหาอุทกภัย” หรือปัจจัยอะไรทำให้เกิด “มหาอุทกภัย” ล่าสุดทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “มหาอุทกภัย” ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทั้งพายุหรือพายุโซนร้อน ร่องมรสุมที่มีกำลังแรงและแช่ตัวเป็นเวลานาน รวมถึงฝนตกหนักรุนแรงในบริเวณกว้างอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์ปัจจุบัน 

  1. ไม่มีพายุเข้าเป็นเพียงอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ
  2. ฝนตกหนักหลายพื้นที่ ตามฤดูกาล (ปลายฝนต้นหนาว)
  3. ฤดฝน ปกติเดือนกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น ฝนตก 60-80% ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ กับมีฝนหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะนํ้าท่วมฉับพลัน นํ้าป่าไหลหลาก รวมถึงนํ้าล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่

ปัจจัยการเกิด “มหาอุทกภัย”

  1. ต้องมีพายุดีเปรสซัน หรือ พายุโซนร้อน พัดผ่านโดยตรง
  2. ร่องมรสุมมีกําลังแรงจัดและแช่ตัว เป็นเวลานาน
  3. ฝนตกหนักรุนแรงเป็นบริเวณกว้างอย่างต่อเนื่องยาวนาน

การเตรียมพร้อมรับมือ คือสิ่งสำคัญ ติดตามสถานการณ์และพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม


ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน “ไม่เป็นความจริง”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์ “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมงข้างหน้า” ซึ่งสร้างความสนใจและความกังวลในหมู่ประชาชน พร้อมชี้แจงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่งจริง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น แต่ข้อมูลที่ระบุว่าจะเกิด “มหาอุทกภัย” หรือมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืนนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อมูลพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังคือฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 23–27 กันยายน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ตามแนวร่องมรสุมยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศและข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกกับข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์โดยยังไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มา

ประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 23 - 27 กันยายน 2569

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา  ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569

ในช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง