รีเซต

"สหรัฐฯ–จีน" เปิดโต๊ะเจรจาคุม AI เบรกภัยทหาร-ไซเบอร์

"สหรัฐฯ–จีน" เปิดโต๊ะเจรจาคุม AI เบรกภัยทหาร-ไซเบอร์
TNN ช่อง16
22 กรกฎาคม 2569 ( 13:39 )
1

การแข่งขันปัญญาประดิษฐ์ระหว่างสองมหาอำนาจโลกกำลังเข้าสู่โต๊ะเจรจา เมื่อสหรัฐฯ และจีนเตรียมหารือด้าน AI อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน เพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยงจากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของทั้งสองฝ่าย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 5 รายว่า การประชุมมีแนวโน้มจัดขึ้นก่อนวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นกำหนดการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน วางแผนเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม วัน เวลา สถานที่ และรายชื่อผู้เข้าร่วมยังไม่ได้ข้อสรุป 

การเจรจาครั้งนี้เป็นผลสำคัญจากการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือนพฤษภาคม และจะถือเป็นการหารือด้าน AI ระดับรัฐบาลครั้งแรกระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ภายใต้รัฐบาลทรัมป์

ฝ่ายสหรัฐฯ คาดว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง จะทำหน้าที่นำการเจรจา ขณะที่จีนยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใดเข้าร่วม โดยรัฐบาลปักกิ่งต้องการให้การประชุมเน้นรายละเอียดทางเทคนิค มากกว่าการต่อรองทางการเมือง

ประเด็นสำคัญคือการกำหนดขอบเขตของ Frontier AI หรือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า ซึ่งมีความสามารถสูงและอาจนำไปใช้เพิ่มศักยภาพทางทหาร โจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานผ่านไซเบอร์ รวมถึงสร้างผลกระทบต่อตลาดแรงงานและภาคธุรกิจ

ทั้งสองประเทศยังต้องการป้องกันไม่ให้โมเดล AI ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ ซึ่งอาจนำเทคโนโลยีไปใช้สร้างภัยคุกคามด้านความมั่นคง

การเจรจาเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI ระหว่างสองประเทศรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง สหรัฐฯ จำกัดการส่งออกชิปประมวลผล AI ขั้นสูงบางประเภทไปยังจีน เพื่อชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจนำไปใช้ทางทหาร

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการควบคุมการใช้งานโมเดล AI แบบเปิดจากจีนโดยบริษัทอเมริกัน หลังโมเดลจากผู้พัฒนาจีนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้รับความนิยมมากขึ้น และมีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่าคู่แข่งบางราย

ด้านจีนก็กำลังพิจารณาจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศจากต่างแดน เนื่องจากกังวลว่า เทคโนโลยีเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้โจมตีระบบไซเบอร์ ส่วนประเด็นที่จีนต้องการหยิบยกขึ้นหารือ ครอบคลุมการควบคุมการเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ของสหรัฐฯ และมาตรการที่อาจกระทบโมเดลแบบเปิดของบริษัทจีน

ผลการเจรจาจะถูกจับตาจากผู้ผลิตชิป บริษัทคลาวด์ ผู้พัฒนาโมเดล และองค์กรที่นำ AI ไปใช้งานทั่วโลก เพราะกติกาที่เข้มงวดขึ้นอาจกระทบการส่งออกเทคโนโลยี การลงทุน การเข้าถึงโมเดล และต้นทุนการพัฒนาระบบ AI

หากสองประเทศตกลงนิยามของโมเดล AI ขั้นสูงและวางหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยร่วมกันได้ อาจช่วยลดความไม่แน่นอนให้กับภาคธุรกิจ แต่หากการเจรจาล้มเหลว ก็มีความเสี่ยงที่สงครามเทคโนโลยีจะขยายจากการควบคุมชิป ไปสู่การปิดกั้นโมเดล ซอฟต์แวร์ และบริการ AI ระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า การประชุมครั้งแรกยังไม่น่าจะนำไปสู่ข้อตกลงขนาดใหญ่ เป้าหมายเบื้องต้นจึงอาจเป็นการสร้างช่องทางสื่อสาร กำหนดคำจำกัดความร่วมกัน และวางกรอบสำหรับการเจรจาระยะต่อไป

นั่นทำให้โต๊ะเจรจาในเดือนกันยายนไม่ได้เป็นเพียงการหารือเรื่องความปลอดภัย แต่ยังเป็นการแข่งขันว่า สหรัฐฯ หรือจีนจะมีอิทธิพลมากกว่ากันในการกำหนดกติกา มาตรฐาน และทิศทางอุตสาหกรรม AI โลกในอนาคต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง