รีเซต

"ทรัมป์" เผางบสงครามอิหร่าน 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์

"ทรัมป์" เผางบสงครามอิหร่าน 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์
TNN ช่อง16
17 กันยายน 2569 ( 16:40 )

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน กำลังสร้างแรงกดดันครั้งใหญ่ต่อทั้งงบประมาณทางทหาร คลังอาวุธ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส หรือ ซีบีโอ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณอิสระ เปิดเผยว่า นับถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านสร้างค่าใช้จ่ายให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แล้วประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์

ต้นทุนดังกล่าวครอบคลุมการจัดหาอาวุธทดแทนที่ถูกใช้ในการรบ อุปกรณ์ที่สูญเสีย ชั่วโมงบินที่เพิ่มขึ้น การปฏิบัติการทางทหาร และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

หากการสู้รบอยู่ในระดับต่ำและเกิดขึ้นเป็นระยะ ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่หากความรุนแรงกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับเดือนกรกฎาคม ต้นทุนอาจเพิ่มเป็นเดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์ และอาจสูงกว่านั้นหากสงครามยกระดับขึ้นอีก

ภาระใหญ่ที่สุดมาจากการใช้อาวุธและขีปนาวุธ โดยซีบีโอประเมินว่า การจัดหาอาวุธทดแทนที่ถูกใช้ไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม จะมีมูลค่าประมาณ 21,700 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน 7,300 ล้านดอลลาร์ และขีปนาวุธสกัดกั้นอีก 13,100 ล้านดอลลาร์

การใช้อาวุธปริมาณมากทำให้คลังขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยซีบีโอประเมินว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี แม้เพิ่มกำลังการผลิตแล้วก็ตาม จึงจะสามารถเติมคลังขีปนาวุธสกัดกั้นกลับสู่ระดับเดิมได้

สถานการณ์นี้สร้างความกังวลต่อความพร้อมของกองทัพสหรัฐฯ หากเกิดความขัดแย้งขนาดใหญ่ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะกรณีที่อาจเกี่ยวข้องกับจีนและไต้หวัน เพราะจีนมีขีปนาวุธจำนวนมากกว่าอิหร่าน และมีศักยภาพการผลิตสูงกว่า

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ รายงานต่อวุฒิสภาว่า ค่าใช้จ่ายจากปฏิบัติการต่ออิหร่านอยู่ที่ประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์ พร้อมขอเงินฉุกเฉินเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมคลังอาวุธและสนับสนุนภารกิจในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกังวลเรื่องอาวุธขาดแคลน โดยยืนยันว่ากองทัพยังมีอาวุธและยุทโธปกรณ์เพียงพอต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ แต่รายงานของซีบีโอระบุว่า กระทรวงกลาโหมไม่ได้ให้ข้อมูลตามคำขอ ทำให้การประเมินครั้งนี้ต้องอาศัยฐานข้อมูลของรัฐบาลและข้อมูลสาธารณะ และยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก

ตัวเลข 38,000 ล้านดอลลาร์ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจากการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซระยะหลัง ความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงดอกเบี้ยจากการกู้เงินมาสนับสนุนสงคราม ซึ่งอาจทำให้ภาระที่แท้จริงเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 18 นาย

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านการทหาร เพราะการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซลดลง ดันราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงเครื่องบิน ดีเซล และต้นทุนขนส่งทั่วโลกสูงขึ้น

ซีบีโอประเมินว่า ในไตรมาสแรกของปี 2570 อัตราเงินเฟ้อพีซีอีของสหรัฐฯ อาจสูงกว่าที่เคยคาดไว้ ร้อยละ 0.5 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอาจสูงขึ้นร้อยละ 0.3 เนื่องจากต้นทุนพลังงานส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการประเภทอื่น

สงครามอิหร่านจึงไม่ได้สร้างเพียงค่าใช้จ่ายในสนามรบ แต่กำลังลดความพร้อมทางทหาร เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และซ้ำเติมฐานะการคลังของสหรัฐฯ หลังหนี้สาธารณะของประเทศทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้วในเดือนสิงหาคม 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง